ข่าวที่แพร่กระจาย
มีข่าวแพร่กระจายว่าศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลางได้พิพากษาจำคุกอดีตเจ้าคณะจังหวัดพิจิตรและอดีตเจ้าอาวาสวัดท่าหลวง พระอารามหลวง เป็นเวลา 12 ปี ในคดีที่รับเงินบริจาค 3,000,000 บาทซึ่งโอนผ่านบัญชีส่วนตัว แต่ไม่ยอมนำเงินดังกล่าวเข้าบัญชีของมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย วิทยาลัยสงฆ์พิจิตร ตามวัตถุประสงค์ของผู้บริจาค
ผลการตรวจสอบ
ข้อมูลสอดคล้องกับกระบวนการทางกฎหมายที่ตรวจสอบได้ มีการระบุเลขคดีหมายเลขดำ อท 195/2568 อย่างชัดเจน พร้อมระบุหน่วยงานโจทก์คือสำนักงานอัยการพิเศษฝ่ายคดีปราบปรามการทุจริต 2 ซึ่งเป็นองค์กรของรัฐที่มีสถานะทางกฎหมายจริง คำพิพากษาถูกอ่านเมื่อวันที่ 29 มิถุนายน 2569 และมีคำสั่งให้จำเลยชดใช้เงินคืนแก่มหาวิทยาลัยด้วย รายละเอียดพฤติการณ์ที่ระบุในสำนวนคดีมีความสมเหตุสมผลและตรวจสอบได้จากบันทึกของศาล อย่างไรก็ตาม เนื้อหาข่าวถูกตัดก่อนสมบูรณ์ ส่วนที่เกี่ยวกับบุคคลภายนอกที่ร่วมกระทำความผิดจึงยังไม่ได้รับการยืนยันครบถ้วน
สรุป
คำพิพากษาจำคุก 12 ปีในคดีนี้เป็นข้อเท็จจริงที่สามารถยืนยันได้จากกระบวนการศาล ซึ่งมีการระบุเลขคดีและวันที่อ่านคำพิพากษาไว้ชัดเจน ประชาชนควรติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมจากแหล่งข่าวที่เชื่อถือได้ และเป็นอุทาหรณ์ให้ผู้บริจาคเงินเพื่อการศาสนาและการศึกษาตรวจสอบช่องทางการรับเงินที่โปร่งใสและเป็นทางการเสมอ
เกี่ยวกับบทความนี้
ThaiFact ทำหน้าที่เรียบเรียงผลตรวจสอบข้อเท็จจริงจากหน่วยงานต้นทาง โดยอ้างอิงเฉพาะข้อมูลที่ปรากฏต่อสาธารณะ ความถูกต้องของผลตรวจสอบเป็นความรับผิดชอบของหน่วยงานที่ระบุข้างต้น
หากพบข้อผิดพลาดหรือต้องการแจ้งแก้ไข กดที่นี่ · อ่านวิธีการทำงานทั้งหมด /methodology