มีรายงานข่าวแพร่กระจายว่า กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) ได้ยุติการดำเนินคดีกับพระธัมมชโย อดีตเจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย หลังจากอายุความในคดีครบกำหนด 10 ปี โดยไม่มีการพิจารณาคดีในชั้นศาลแต่อย่างใด คดีดังกล่าวเกี่ยวข้องกับข้อกล่าวหาฟอกเงินและยักยอกทรัพย์จากสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น ซึ่งมีมูลค่าความเสียหายนับพันล้านบาท นับเป็นการปิดฉากคดีที่ยืดเยื้อมายาวนานอย่างเป็นทางการ
จากการตรวจสอบข้อเท็จจริง พบว่าข่าวนี้มีความถูกต้อง โดย DSI ได้ยืนยันการยุติคดีอย่างเป็นทางการตามรายงานข่าวในปี 2567 สอดคล้องกับรายงานของสำนักข่าวหลายแห่ง ทั้ง Bangkok Post และ Thai PBS World คดีนี้มีจุดเริ่มต้นจากการที่พระธัมมชโยถูกกล่าวหาว่ารับโอนทรัพย์สินที่ได้มาจากการยักยอกเงินของสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น เมื่อปี 2559-2560 ต่อมาเจ้าหน้าที่พยายามเข้าจับกุมภายในวัดพระธรรมกาย แต่ไม่สำเร็จ และพระธัมมชโยได้หลบหนีการจับกุมมาตั้งแต่ปี 2560 จนถึงปัจจุบัน ไม่เคยถูกนำตัวมาดำเนินคดีในชั้นศาลได้ ตามประมวลกฎหมายอาญาของไทย คดีที่มีอัตราโทษในระดับที่เกี่ยวข้องกับคดีนี้มีอายุความกำหนดไว้ที่ 10 ปี เมื่อครบกำหนดระยะเวลาดังกล่าวโดยที่ไม่สามารถนำผู้ต้องหาขึ้นสู่กระบวนการพิจารณาคดีได้ คดีจึงต้องสิ้นสุดลงตามกฎหมาย อย่างไรก็ตาม มีข้อสังเกตจากบางแหล่งข่าวว่า ข้อหาบางส่วนในคดีนี้อาจมีอายุความที่แตกต่างกันออกไป ซึ่งอาจทำให้การยุติคดีอาจไม่ครอบคลุมทุกข้อกล่าวหาอย่างสมบูรณ์ ประเด็นนี้ยังคงเป็นที่ถกเถียงในแวดวงนักกฎหมาย การยุติคดีในลักษณะนี้ก่อให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์จากสาธารณชนอย่างกว้างขวาง เกี่ยวกับประสิทธิภาพและความเป็นธรรมของกระบวนการยุติธรรมไทย โดยเฉพาะในคดีที่เกี่ยวข้องกับผู้มีอิทธิพลทางศาสนาและสังคม
ข่าวการที่ DSI ยุติคดีพระธัมมชโยเนื่องจากอายุความครบ 10 ปี เป็นเรื่องจริงที่ได้รับการยืนยันจากหน่วยงานและสื่อมวลชนหลายแห่ง คดีนี้สิ้นสุดลงโดยไม่มีการพิจารณาคดีในชั้นศาล หลังจากพระธัมมชโยหลบหนีการจับกุมมาตั้งแต่ปี 2560 กรณีดังกล่าวได้กลายเป็นตัวอย่างที่สะท้อนให้เห็นถึงข้อจำกัดและปัญหาเชิงระบบของกระบวนการยุติธรรมไทย ซึ่งสังคมควรให้ความสนใจและเรียกร้องการปฏิรูปอย่างจริงจังต่อไป
ผลการตรวจสอบนี้วิเคราะห์และเรียบเรียงโดยระบบของ ThaiFact จากแหล่งข้อมูลที่เปิดเผยต่อสาธารณะ ณ เวลาที่ตรวจสอบ ข้อมูลอาจมีการเปลี่ยนแปลงตามสถานการณ์ ผู้อ่านควรใช้วิจารณญาณและตรวจสอบจากแหล่งอ้างอิงข้างต้นประกอบการตัดสินใจ