การวิเคราะห์เบื้องต้น • รอการยืนยัน

เรื่องนี้ ThaiFact วิเคราะห์จากข้อมูลที่ปรากฏต่อสาธารณะ ยังไม่มีหน่วยงานตรวจสอบข่าวปลอมหรือหน่วยงานทางการออกผลยืนยัน ผู้อ่านโปรดใช้วิจารณญาณและตรวจสอบจากช่องทางทางการก่อนเชื่อหรือแชร์ต่อ

ผลการตรวจสอบ
บิดเบือน

ผู้ป่วยโรคไตเสื่อม-ไตวาย ห้ามทานผักใบเขียวเพราะจะทำให้อาการแย่ลง

ตรวจสอบเมื่อ 5 ก.ค. 2569 1 แหล่งอ้างอิง อ่าน 2

ข่าวที่แพร่กระจาย

ข้อเรียกร้องที่แพร่กระจายบอกว่า ผู้ป่วยโรคไตเสื่อมและไตวายต้องห้ามกินผักใบเขียว เพราะจะทำให้อาการแย่ลง โดยเนื้อหานี้มักมาพร้อมกับคำแนะนำให้จำกัดการบริโภคอาหารที่มีโพแทสเซียม รวมไปถึงการอ้างถึงแนวคิด "แคลเซียมและโพแทสเซียมร้อนเย็น" และการแนะนำพืชสมุนไพรที่อ้างว่าสามารถช่วยรักษาโรคไตได้ เนื้อหาดังกล่าวปรากฏในการแชร์และการสอบถามจากผู้ป่วยและผู้ดูแลผู้ป่วยที่ต้องการข้อมูลเกี่ยวกับการรับประทานอาหารที่เหมาะสม

ผลการตรวจสอบ

ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม ตรวจสอบแล้วพบว่า ผู้ป่วยโรคไตไม่จำเป็นต้องงดโพแทสเซียมโดยสิ้นเชิง แต่ต้องจำกัดเฉพาะในกรณีที่ระดับโพแทสเซียมในเลือดสูง ซึ่งการจำกัดนี้ต้องเป็นการตัดสินใจเป็นรายบุคคลตามคำปรึกษาจากแพทย์ โดยไม่ใช่ข้อห้ามทั่วไปที่ใช้กับผู้ป่วยไตทั้งหมด นอกจากนี้ โพแทสเซียมจากแหล่งอาหารต่างๆ เมื่อถูกดูดซึมเข้าร่างกายแล้วมีคุณสมบัติไม่แตกต่างกัน และสามารถลดระดับโพแทสเซียมในผักได้ด้วยการต้มแล้วเทน้ำทิ้ง แนวคิด "แคลเซียมและโพแทสเซียมร้อนเย็น" ตามที่ปรากฏในเนื้อหาบิดเบือนนี้ไม่มีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์หรือการแพทย์สนับสนุนแต่อย่างใด ส่วนพืชสมุนไพรที่ถูกเสนอแนะในข่าวนี้ยังไม่มีการศึกษาวิจัยทางคลินิกขนาดใหญ่ในมนุษย์ที่ยืนยันประสิทธิภาพและความปลอดภัยอย่างแน่ชัด และกรณีผู้ป่วยไตวายที่ระบุว่าหายแล้วนั้น ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมชี้ให้เห็นว่าเป็นไปได้ว่าเป็นไตวายเฉียบพลันที่มีความสามารถในการฟื้นตัวได้เอง ไม่ใช่ไตวายเรื้อรังระยะสุดท้ายตามที่อ้างในข่าวปลอม

สรุป

ข่าวที่ห้ามผู้ป่วยโรคไตกินผักใบเขียวอย่างแน่นอนนั้นเป็นการบิดเบือนข้อเท็จจริง เพราะการจำกัดโพแทสเซียมต้องขึ้นอยู่กับระดับโพแทสเซียมในเลือดของแต่ละคน และต้องได้รับคำปรึกษาจากแพทย์โดยตรง การเชื่อข่าวนี้อาจนำไปสู่ผู้ป่วยไตมีคุณค่าอาหารไม่เพียงพอ หรือพลาดโอกาสในการรับประทานอาหารที่ปลอดภัยและมีประโยชน์ต่อสุขภาพ ผู้ป่วยโรคไตควรปรึกษาแพทย์หรือโภคนาการวิทยาที่เชี่ยวชาญเฉพาะด้านโรคไต เพื่อวางแผนการรับประทานอาหารที่เหมาะสมกับสภาพปัจจุบัน และไม่ควรพึ่งพาข้อมูลจากแหล่งที่ไม่มีหลักฐานทางการแพทย์สนับสนุน

ข้อมูลอ้างอิงจากศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม หน่วยงานภายใต้กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม

ไทม์ไลน์การตรวจสอบ
5 ก.ค. 2569 14:00
ระบบตรวจพบข่าวจาก ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม
5 ก.ค. 2569 11:16
ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม ตรวจสอบและยืนยันผลแล้ว
5 ก.ค. 2569 08:31
เผยแพร่ผลการตรวจสอบ — บิดเบือน
แหล่งอ้างอิง
1
ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม — แหล่งตรวจสอบข้อเท็จจริงต้นทาง
เกี่ยวกับบทความนี้

ThaiFact ทำหน้าที่เรียบเรียงผลตรวจสอบข้อเท็จจริงจากหน่วยงานต้นทาง โดยอ้างอิงเฉพาะข้อมูลที่ปรากฏต่อสาธารณะ ความถูกต้องของผลตรวจสอบเป็นความรับผิดชอบของหน่วยงานที่ระบุข้างต้น

หากพบข้อผิดพลาดหรือต้องการแจ้งแก้ไข กดที่นี่ · อ่านวิธีการทำงานทั้งหมด /methodology

ข่าวที่เกี่ยวข้อง
บิดเบือน5 วันสาธารณสุข

ตรวจอัณฑะด้วยตนเองหลังอาบน้ำ เพียง 1 นาที สามารถช่วยให้ผู้ชายรอดตายจากมะเร็งอัณฑะได้

ข่าวเรื่องการตรวจอัณฑะ 1 นาทีรอดตายจากมะเร็งเป็นการกล่าวเกินจริง เพราะขาดหลักฐานวิทยาศาสตร์ที่ชัดเจน และการตรวจตนเองไม่สามารถใช้วินิจฉัยแทนการตรวจแพทย์ได้

ที่มา: บทความข้อมูลคลาดเคลื่อนตรวจสอบแล้ว ✓
ข่าวจริง5 วันสาธารณสุข

HPV ฟรี! ป้องกันก่อน อุ่นใจกว่า

สภากาชาดไทยมีโครงการฉีดวัคซีน HPV ฟรีสำหรับผู้หญิงไทยอายุ 9–26 ปี เปิดลงทะเบียน 29 มิถุนายน–3 กรกฎาคม 2569 จำกัด 120 คนต่อวัน

ที่มา: สภากาชาดไทยตรวจสอบแล้ว ✓
ข่าวปลอม6 วันสาธารณสุข

วิตามินดีจากอาหารเสริม ไม่สามารถทดแทนวิตามินดีจากแสงแดดได้

Cofact Thailand ตรวจสอบแล้วพบว่าข่าวที่ว่าวิตามินดีจากอาหารเสริมไม่สามารถทดแทนจากแสงแดดได้นั้นเป็นข่าวปลอม เพราะอาหารเสริมวิตามินดีมีประสิทธิภาพเทียบเท่าและปลอดภัยกว่าการตากแดด

ที่มา: ข้อมูลทั่วไปตรวจสอบแล้ว ✓