เรื่องนี้ ThaiFact วิเคราะห์จากข้อมูลที่ปรากฏต่อสาธารณะ ยังไม่มีหน่วยงานตรวจสอบข่าวปลอมหรือหน่วยงานทางการออกผลยืนยัน ผู้อ่านโปรดใช้วิจารณญาณและตรวจสอบจากช่องทางทางการก่อนเชื่อหรือแชร์ต่อ

ข้อมูลบิดเบือน: อ้างผู้ป่วยไตเสื่อม-ไตวาย ห้ามทานผักใบเขียว
ข่าวที่แพร่กระจาย
ข้อเรียกร้องที่แพร่กระจายบอกว่า ผู้ป่วยโรคไตเสื่อมและไตวายต้องห้ามกินผักใบเขียว เพราะจะทำให้อาการแย่ลง โดยเนื้อหานี้มักมาพร้อมกับคำแนะนำให้จำกัดการบริโภคอาหารที่มีโพแทสเซียม รวมไปถึงการอ้างถึงแนวคิด "แคลเซียมและโพแทสเซียมร้อนเย็น" และการแนะนำพืชสมุนไพรที่อ้างว่าสามารถช่วยรักษาโรคไตได้ เนื้อหาดังกล่าวปรากฏในการแชร์และการสอบถามจากผู้ป่วยและผู้ดูแลผู้ป่วยที่ต้องการข้อมูลเกี่ยวกับการรับประทานอาหารที่เหมาะสม
ผลการตรวจสอบ
ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม ตรวจสอบแล้วพบว่า ผู้ป่วยโรคไตไม่จำเป็นต้องงดโพแทสเซียมโดยสิ้นเชิง แต่ต้องจำกัดเฉพาะในกรณีที่ระดับโพแทสเซียมในเลือดสูง ซึ่งการจำกัดนี้ต้องเป็นการตัดสินใจเป็นรายบุคคลตามคำปรึกษาจากแพทย์ โดยไม่ใช่ข้อห้ามทั่วไปที่ใช้กับผู้ป่วยไตทั้งหมด นอกจากนี้ โพแทสเซียมจากแหล่งอาหารต่างๆ เมื่อถูกดูดซึมเข้าร่างกายแล้วมีคุณสมบัติไม่แตกต่างกัน และสามารถลดระดับโพแทสเซียมในผักได้ด้วยการต้มแล้วเทน้ำทิ้ง แนวคิด "แคลเซียมและโพแทสเซียมร้อนเย็น" ตามที่ปรากฏในเนื้อหาบิดเบือนนี้ไม่มีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์หรือการแพทย์สนับสนุนแต่อย่างใด ส่วนพืชสมุนไพรที่ถูกเสนอแนะในข่าวนี้ยังไม่มีการศึกษาวิจัยทางคลินิกขนาดใหญ่ในมนุษย์ที่ยืนยันประสิทธิภาพและความปลอดภัยอย่างแน่ชัด และกรณีผู้ป่วยไตวายที่ระบุว่าหายแล้วนั้น ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมชี้ให้เห็นว่าเป็นไปได้ว่าเป็นไตวายเฉียบพลันที่มีความสามารถในการฟื้นตัวได้เอง ไม่ใช่ไตวายเรื้อรังระยะสุดท้ายตามที่อ้างในข่าวปลอม
สรุป
ข่าวที่ห้ามผู้ป่วยโรคไตกินผักใบเขียวอย่างแน่นอนนั้นเป็นการบิดเบือนข้อเท็จจริง เพราะการจำกัดโพแทสเซียมต้องขึ้นอยู่กับระดับโพแทสเซียมในเลือดของแต่ละคน และต้องได้รับคำปรึกษาจากแพทย์โดยตรง การเชื่อข่าวนี้อาจนำไปสู่ผู้ป่วยไตมีคุณค่าอาหารไม่เพียงพอ หรือพลาดโอกาสในการรับประทานอาหารที่ปลอดภัยและมีประโยชน์ต่อสุขภาพ ผู้ป่วยโรคไตควรปรึกษาแพทย์หรือโภคนาการวิทยาที่เชี่ยวชาญเฉพาะด้านโรคไต เพื่อวางแผนการรับประทานอาหารที่เหมาะสมกับสภาพปัจจุบัน และไม่ควรพึ่งพาข้อมูลจากแหล่งที่ไม่มีหลักฐานทางการแพทย์สนับสนุน
ข้อมูลอ้างอิงจากศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม หน่วยงานภายใต้กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
ThaiFact ทำหน้าที่เรียบเรียงผลตรวจสอบข้อเท็จจริงจากหน่วยงานต้นทาง โดยอ้างอิงเฉพาะข้อมูลที่ปรากฏต่อสาธารณะ ความถูกต้องของผลตรวจสอบเป็นความรับผิดชอบของหน่วยงานที่ระบุข้างต้น
บทความนี้วิเคราะห์และเรียบเรียงด้วยระบบ AI ภายใต้กรอบและการกำกับของทีมงาน ThaiFact ซึ่งเป็นผู้รับผิดชอบเนื้อหาที่เผยแพร่ (การเปิดเผยการใช้ AI)
พบข้อผิดพลาด? แจ้งแก้ไข · นโยบายการแก้ไขและถอดบทความ · วิธีการทำงาน