ผลการตรวจสอบ
ข่าวปลอม

ท่าไหว้ครูสาวน้อยปะแป้งเป็นของกัมพูชา

ตรวจสอบเมื่อ 7 พ.ค. 2569 1 แหล่งอ้างอิง อ่าน 46

ข่าวที่แพร่กระจาย

ข่าวที่แพร่กระจายอ้างว่า "ท่าไหว้ครูสาวน้อยปะแป้ง" เป็นของกัมพูชา โดยคำอ้างนี้ได้รับการแชร์ผ่านสื่อสังคมออนไลน์และข้อความระหว่างผู้คน ข้ออ้างดังกล่าวพยายามนำเสนอท่ารำสาวน้อยปะแป้ง ซึ่งเป็นท่ามาตรฐานในมวยไทย ว่าเป็นมรดกวัฒนธรรมของกัมพูชาแทนที่จะเป็นของไทย

ผลการตรวจสอบ

ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม ตรวจสอบแล้วพบว่าท่าไหว้ครูสาวน้อยปะแป้งเป็นกระบวนท่ามาตรฐานที่มีอยู่ในสารบบมวยไทยมาอย่างยาวนาน มีหลักฐานการสืบทอดจากปรมาจารย์มวยไทยสายต่าง ๆ เช่น มวยโคราช มวยลพบุรี และมวยไชยา ท่าดังกล่าวมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวทางวัฒนธรรมที่สั่งสมมานับร้อยปี และมีการบันทึกไว้อย่างเป็นระบบในประเทศไทย ในทางพลศึกษา ท่านี้ใช้สำหรับการอบอุ่นร่างกายและฝึกความยืดหยุ่นของกล้ามเนื้อส่วนบนและลำตัว ส่วนในทางยุทธศาสตร์คือการหยอกล้อและข่มขวัญคู่ต่อสู้ ซึ่งเป็นอัตลักษณ์ที่ผสมผสานระหว่างศิลปะการต่อสู้และวิถีชีวิตพื้นบ้านของไทยที่นิยมการใช้แป้งร่ำจรรโลงผิวพรรณในอดีต ในเชิงกฎหมายและวิชาการ มวยไทยได้รับความคุ้มครองตามพระราชบัญญัติส่งเสริมและรักษามรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม พ.ศ. ๒๕๕๙ โดยกระทรวงวัฒนธรรมได้ประกาศขึ้นทะเบียน "มวยไทย" เป็นมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมของชาติตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๕๕๓ โดยครอบคลุมถึง "พิธีไหว้ครูและทักษะมวยไทย" ทั้งหมด นอกจากนี้ สหพันธ์สมาคมมวยไทยนานาชาติ (IFMA) และคณะกรรมการโอลิมปิกสากล (IOC) ยังให้การรับรองมวยไทยว่าเป็นศิลปะการต่อสู้ที่มีต้นกำเนิดจากประเทศไทยอย่างเป็นทางการ

สรุป

ท่าไหว้ครูสาวน้อยปะแป้งเป็นมรดกวัฒนธรรมของไทยที่มีประวัติยาวนาน ได้รับการสถาปนาและคุ้มครองตามกฎหมายและการรับรองจากองค์กรระหว่างประเทศ ไม่ใช่มรดกของประเทศอื่น ข้ออ้างนี้อาจลดทอนความรู้สึกภูมิใจในมรดกวัฒนธรรมของคนไทยได้ ผู้อ่านควรตรวจสอบข้อมูลเกี่ยวกับที่มาของท่ามวยไทยต่าง ๆ จากแหล่งที่เชื่อถือได้ เช่น สมาคมมวยไทย หรือสมาคมผู้เชี่ยวชาญด้านมวยไทยที่ถูกต้องตามหลักวิชาการ เพื่อให้มั่นใจว่าข้อมูลนั้นมีความถูกต้องเชื่อถือได้

ข้อมูลอ้างอิงจากศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม หน่วยงานภายใต้กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม

ไทม์ไลน์การตรวจสอบ
7 พ.ค. 2569 10:30
ระบบตรวจพบข่าวจาก ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม
7 พ.ค. 2569 07:30
ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม ตรวจสอบและยืนยันผลแล้ว
7 พ.ค. 2569 04:30
เผยแพร่ผลการตรวจสอบ — ข่าวปลอม
แหล่งอ้างอิง
1
ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม — แหล่งตรวจสอบข้อเท็จจริงต้นทาง
เกี่ยวกับบทความนี้

ThaiFact ทำหน้าที่เรียบเรียงผลตรวจสอบข้อเท็จจริงจากหน่วยงานต้นทาง โดยอ้างอิงเฉพาะข้อมูลที่ปรากฏต่อสาธารณะ ความถูกต้องของผลตรวจสอบเป็นความรับผิดชอบของหน่วยงานที่ระบุข้างต้น

หากพบข้อผิดพลาดหรือต้องการแจ้งแก้ไข กดที่นี่ · อ่านวิธีการทำงานทั้งหมด /methodology

ข่าวที่เกี่ยวข้อง
บิดเบือน18 เม.ย. 2569กีฬา

กัมพูชา เสนอยื่นมวย-สงกรานต์ ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกร่วมกับไทย

ข้อมูลบิดเบือน: กัมพูชาส่งรายการมรดกวัฒนธรรมต่อ UNESCO โดยเป็นการกระทำของกัมพูชาเพียงประเทศเดียว ไม่ใช่ร่วมกับไทยตามที่ข้อมูลอ้างมา

ที่มา: ไม่ระบุชัดเจนตรวจสอบแล้ว ✓
ข่าวปลอม10 ธ.ค. 2568กีฬา

กกท. ยังไม่ชำระค่าเช่าสนามเปตอง 400,000 บาท จึงไม่สามารถใช้สนามเพื่อแข่งซีเกมส์ ครั้งที่ 33 พ.ศ. 2568 ได้

ดูให้ดีก่อนหลงเชื่อ จากประเด็นข้างต้นนั้นแท้จริงแล้ว กกท. ได้ทำหนังสือขอเข้าใช้พื้นที่โดยขอความอนุเคราะห์ยกเว้นการวางหลักประกันความเสียหาย และขอยืนยันการชำระค่าเช่าหรือค่าบำรุงสถานที่ รวมถึงค่าสาธารณู...

ที่มา: ดูให้ดีก่อนหลงเชื่อตรวจสอบแล้ว ✓
ข่าวปลอม7 ธ.ค. 2568กีฬา

โปสเตอร์งาน SEA GAMES ใช้งบประมาณ 8 ล้านบาท

คณะทำงานฝ่ายประชาสัมพันธ์กิจกรรม 33rd SEA Games Virtual Run ซึ่งเป็นผู้รับผิดชอบโครงการวิ่งเสมือนจริง ได้ชี้แจงว่าข้อมูลดังกล่าวเป็นข่าวปลอม และระบุว่าภาพประชาสัมพันธ์ที่มีปัญหาดังกล่าวจัดทำโดยฝ่ายประ...

ที่มา: ไม่ระบุตรวจสอบแล้ว ✓