ข่าวที่แพร่กระจาย
เมื่อไม่นานมานี้ มีข่าวการถูกฟ้าผ่าของไรเดอร์บนสะพานยกระดับรัชวิภาได้รับการแชร์อย่างแพร่หลายบนโซเชียลมีเดีย โดยผู้แชร์อ้างว่าการสวมสร้อยคอ การสวมหมวกกันน็อก การถือหรือใช้โทรศัพท์มือถือ และการเปิด GPS เป็นสาเหตุที่ทำให้ผู้ขับขี่ถูกฟ้าผ่า โดยชี้ให้เห็นว่าวัตถุเหล่านี้เป็นตัวล่อหรือดึงดูดกระแสไฟฟ้า ทำให้เกิดความเข้าใจที่ผิดพลาดในหมู่ประชาชน
ผลการตรวจสอบ
Cofact Thailand ตรวจสอบเรื่องดังกล่าวโดยปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ และพบว่าข้อมูลที่แพร่กระจายนั้นไม่ถูกต้อง วัตถุที่ระบุ เช่น สร้อยคอ หมวกกันน็อก และโทรศัพท์มือถือ ไม่ได้เป็นตัวล่อหรือดึงดูดให้เกิดฟ้าผ่า สาเหตุที่แท้จริงของการถูกฟ้าผ่ามาจากการที่ผู้ขับขี่อยู่บนพื้นที่สูงและโล่งแจ้งขณะเกิดพายุฝนฟ้าคะนอง ซึ่งเป็นสภาวะอากาศที่มีความเสี่ยงสูงต่อการถูกฟ้าผ่า รอยไหม้ที่พบตามแนวสร้อยคอนั้นเป็นผลจากกระแสไฟฟ้าที่ไหลผ่านโลหะของสร้อยหลังจากตกกระแสแล้ว ไม่ได้หมายความว่าสร้อยคือสาเหตุเบื้องต้น เช่นเดียวกับโทรศัพท์มือถือที่อาจเสียหายจากการถูกฟ้าผ่า แต่ไม่ได้เป็นตัวเร้าให้เกิดฟ้าผ่า
สรุป
ข่าวที่ระบุว่าสร้อยคอ หมวกกันน็อก และโทรศัพท์มือถือเป็นตัวล่อให้เกิดฟ้าผ่านั้นเป็นข่าวปลอมและข้อมูลที่เข้าใจผิด ความเสี่ยงต่อการถูกฟ้าผ่านั้นขึ้นอยู่กับสภาพแวดล้อม คือ ความสูง ความโล่งแจ้ง และสภาวะอากาศที่มีพายุ ไม่ได้ขึ้นอยู่กับการสวมใส่หรือถือวัตถุโลหะ ผู้อ่านควรหลีกเลี่ยงการแชร์ข้อมูลที่ไม่ถูกต้องนี้ต่อ และในช่วงเกิดพายุฝนฟ้าคะนอง ควรเข้าที่ร่มปลอดภัย หลีกเลี่ยงพื้นที่สูงและโล่งแจ้ง เพื่อลดความเสี่ยงต่อการถูกฟ้าผ่าได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ข้อมูลอ้างอิงจาก Cofact Thailand แพลตฟอร์มตรวจสอบข่าวลือโดยภาคประชาชน
เกี่ยวกับบทความนี้
ThaiFact ทำหน้าที่เรียบเรียงผลตรวจสอบข้อเท็จจริงจากหน่วยงานต้นทาง โดยอ้างอิงเฉพาะข้อมูลที่ปรากฏต่อสาธารณะ ความถูกต้องของผลตรวจสอบเป็นความรับผิดชอบของหน่วยงานที่ระบุข้างต้น
หากพบข้อผิดพลาดหรือต้องการแจ้งแก้ไข กดที่นี่ · อ่านวิธีการทำงานทั้งหมด /methodology