มีรายงานข่าวว่ากลุ่มภาคประชาสังคมได้เรียกร้องให้กรมสรรพสามิตดำเนินการอย่างเด็ดขาดต่อผู้ค้าที่จำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในพื้นที่เล่นน้ำที่กำหนดไว้ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ที่จะถึงนี้ โดยระบุว่าผู้ค้าบางรายยังคงฝ่าฝืนจำหน่ายสุราในพื้นที่ต้องห้าม แม้จะมีกฎหมายห้ามไว้อย่างชัดเจน
จากการตรวจสอบพบว่าข่าวนี้มีความน่าเชื่อถือในระดับสูง ด้วยเหตุผลดังต่อไปนี้ ประการแรก พระราชบัญญัติควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พ.ศ. 2551 มีบทบัญญัติห้ามจำหน่ายสุราในพื้นที่สาธารณะที่กำหนด และกรมสรรพสามิตมีอำนาจหน้าที่โดยตรงในการกำกับดูแลและบังคับใช้กฎหมายดังกล่าว ประการที่สอง รูปแบบการเรียกร้องในลักษณะนี้เกิดขึ้นซ้ำทุกปีก่อนเทศกาลสงกรานต์ สอดคล้องกับรายงานจากสื่อไทยหลายสำนัก รวมถึงการเคลื่อนไหวของเครือข่ายเฝ้าระวังสุราและองค์กรภาคประชาสังคมด้านสุขภาพที่ดำเนินงานร่วมกับสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ประการที่สาม สถิติอุบัติเหตุและผู้บาดเจ็บในช่วงเทศกาลสงกรานต์มีความเชื่อมโยงกับการบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์อย่างมีนัยสำคัญ ทำให้ประเด็นนี้มีความสำคัญในเชิงนโยบายสาธารณะอย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม ข่าวนี้มีจุดที่ควรระวัง คือไม่ได้ระบุชื่อกลุ่มภาคประชาสังคมที่เรียกร้องอย่างเป็นทางการ และไม่มีการชี้แจงขอบเขตพื้นที่เล่นน้ำที่กำหนดว่าครอบคลุมบริเวณใดบ้าง ซึ่งอาจทำให้การยืนยันรายละเอียดเฉพาะเจาะจงทำได้ยาก
ข่าวการเรียกร้องให้เข้มงวดการจำหน่ายแอลกอฮอล์ในพื้นที่เล่นน้ำสงกรานต์เป็นข้อมูลที่มีความน่าเชื่อถือและสอดคล้องกับข้อเท็จจริงที่ตรวจสอบได้ ทั้งในแง่กฎหมายที่มีผลบังคับใช้และรูปแบบการเคลื่อนไหวของภาคประชาสังคมที่เกิดขึ้นเป็นประจำทุกปี ประชาชนควรทราบว่าการจำหน่ายและบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในพื้นที่เล่นน้ำที่กำหนดมีโทษตามกฎหมาย และควรติดตามประกาศจากกรมสรรพสามิตและหน่วยงานท้องถิ่นเพื่อทราบขอบเขตพื้นที่ที่ชัดเจนในแต่ละจังหวัด
ผลการตรวจสอบนี้วิเคราะห์และเรียบเรียงโดยระบบของ ThaiFact จากแหล่งข้อมูลที่เปิดเผยต่อสาธารณะ ณ เวลาที่ตรวจสอบ ข้อมูลอาจมีการเปลี่ยนแปลงตามสถานการณ์ ผู้อ่านควรใช้วิจารณญาณและตรวจสอบจากแหล่งอ้างอิงข้างต้นประกอบการตัดสินใจ