มีการเผยแพร่ข่าวว่ากลุ่มภาคประชาสังคม Chiang Mai Breathe Council ออกมาเรียกร้องให้เพิ่มจำนวน 'ห้องอากาศสะอาด' (clean air rooms) ในจังหวัดเชียงใหม่ โดยระบุว่าหลายอำเภอที่มีความเสี่ยงสูงจากมลพิษ PM2.5 ยังขาดการเข้าถึงสิ่งอำนวยความสะดวกดังกล่าว ท่ามกลางสถานการณ์มลพิษทางอากาศที่ทวีความรุนแรงขึ้นในภาคเหนือของไทย
ทีมตรวจสอบข้อเท็จจริงของ ThaiFact พบว่าข้อมูลในข่าวนี้มีความน่าเชื่อถือในระดับสูง โดยมีหลักฐานสนับสนุนในหลายประเด็น ประการแรก Chiang Mai Breathe Council เป็นองค์กรภาคประชาสังคมที่มีตัวตนจริงและเคลื่อนไหวรณรงค์ด้านคุณภาพอากาศในเชียงใหม่อย่างต่อเนื่องมาหลายปี มีช่องทางสื่อสารสาธารณะและมีบทบาทที่สามารถตรวจสอบได้ ประการที่สอง ปัญหา PM2.5 ในภาคเหนือของไทยโดยเฉพาะจังหวัดเชียงใหม่เป็นวิกฤตที่เกิดซ้ำทุกปีในช่วงเดือนมกราคมถึงเมษายน ข้อมูลจากกรมควบคุมมลพิษและแพลตฟอร์ม IQAir ยืนยันว่าค่า PM2.5 ในพื้นที่มักเกินมาตรฐานความปลอดภัยของ WHO อย่างมีนัยสำคัญ และเชียงใหม่เคยติดอันดับเมืองที่มีมลพิษทางอากาศสูงที่สุดในโลกในช่วงวิกฤต ประการที่สาม มาตรการ 'ห้องอากาศสะอาด' เป็นแนวทางที่มีการดำเนินการจริงในพื้นที่ภาคเหนือ ทั้งในโรงเรียน โรงพยาบาล และศูนย์ชุมชน โดยเป็นการจัดพื้นที่ปิดที่ติดตั้งเครื่องฟอกอากาศเพื่อให้กลุ่มเปราะบาง เช่น เด็ก ผู้สูงอายุ และผู้ป่วยโรคทางเดินหายใจ ได้มีพื้นที่หลบเลี่ยงมลพิษ อย่างไรก็ตาม ข้อมูลที่ระบุว่า 'หลายอำเภอที่มีความเสี่ยงสูงยังขาดการเข้าถึง' นั้นยังไม่มีตัวเลขเฉพาะเจาะจงที่สามารถยืนยันได้อย่างครบถ้วน และคำระบุว่าสถานการณ์ 'ทวีความรุนแรงขึ้น' ควรมีข้อมูลเปรียบเทียบเชิงสถิติประกอบเพื่อความแม่นยำ
ข่าวการเรียกร้องให้เพิ่มห้องอากาศสะอาดในเชียงใหม่โดย Chiang Mai Breathe Council มีความน่าเชื่อถือและสอดคล้องกับข้อเท็จจริงเกี่ยวกับวิกฤต PM2.5 ในภาคเหนือ ข้อเรียกร้องดังกล่าวสะท้อนความต้องการที่แท้จริงของประชาชนในพื้นที่ที่ยังขาดการเข้าถึงมาตรการป้องกันสุขภาพขั้นพื้นฐาน ประชาชนสามารถติดตามข้อมูลคุณภาพอากาศได้ที่เว็บไซต์กรมควบคุมมลพิษและแพลตฟอร์ม IQAir เพื่อวางแผนดูแลสุขภาพในช่วงฤดูหมอกควัน
ผลการตรวจสอบนี้วิเคราะห์และเรียบเรียงโดยระบบของ ThaiFact จากแหล่งข้อมูลที่เปิดเผยต่อสาธารณะ ณ เวลาที่ตรวจสอบ ข้อมูลอาจมีการเปลี่ยนแปลงตามสถานการณ์ ผู้อ่านควรใช้วิจารณญาณและตรวจสอบจากแหล่งอ้างอิงข้างต้นประกอบการตัดสินใจ