ภาพตู้ ATM “จัดไฟ-ฉากหลัง” ช่วยสแกนหน้าไทยช่วยไทยพลัส ที่ดอยเต่า เชียงใหม่
ข่าวเรื่องที่ว่าการอำเภอดอยเต่าจัดเซ็ตไฟและฉากหลังที่ตู้ ATM เพื่อช่วยให้ประชาชนสแกนหน้าสำหรับไทยช่วยไทยพลัสนั้นเป็นความจริง ตามการตรวจสอบและยืนยันจากหลายแหล่ง
ในช่วงวันที่ 25–26 พฤษภาคม 2569 มีการส่ง SMS ถึงประชาชนที่อ้างว่าเป็นโครงการ "คนละครึ่ง-ไทยช่วยไทย" พร้อมข้อความเชิญชวนให้ลงทะเบียนรับเงิน 900 บาทต่อวัน และแนบลิงก์ให้กดเข้าไปดำเนินการ ข่าวดังกล่าวแพร่กระจายได้อย่างกว้างขวาง เนื่องจากสาธารณชนหลายคนเข้าใจว่าเป็นสิทธิช่วยเหลือจากภาครัฐ ซึ่งเกิดขึ้นในช่วงเดียวกับที่รัฐบาลเปิดลงทะเบียนโครงการไทยช่วยไทยพลัส
Cofact Thailand ตรวจสอบแล้วพบว่าข้อมูลดังกล่าวไม่ตรงกับความเป็นจริง กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ได้ยืนยันว่าการลงทะเบียนโครงการไทยช่วยไทยพลัส ทำได้ผ่านแอปพลิเคชัน เป๋าตัง เท่านั้น นอกจากนี้ กระทรวงดังกล่าวยืนยันอย่างชัดเจนว่าหน่วยงานไม่มีการส่ง SMS หรือแนบลิงก์ให้ประชาชนลงทะเบียน ซึ่งหมายความว่า SMS และลิงก์ที่ระบุว่าเป็นโครงการราชการเพื่อแจกเงิน 900 บาทต่อวัน เป็นการปลอมแปลงและโจรกรรมข้อมูลส่วนตัว
SMS เชิญชวนลงทะเบียนรับเงิน 900 บาทต่อวันที่อ้างว่าเป็นโครงการรัฐบาลเป็นข่าวปลอมที่อาจนำไปสู่การสูญเสียข้อมูลส่วนตัวและเงินของผู้ถูกหลอก หากประชาชนได้รับ SMS ลักษณะนี้ ไม่ควรกดลิงก์หรือกรอกข้อมูลส่วนตัว แต่ควรตรวจสอบช่องทางอย่างเป็นทางการของกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม หรือแอปพลิเคชัน เป๋าตัง เท่านั้นก่อนเข้าร่วมโครงการใดๆ ที่อ้างว่าเป็นของรัฐบาล
ข้อมูลอ้างอิงจาก Cofact Thailand แพลตฟอร์มตรวจสอบข่าวลือโดยภาคประชาชน
ThaiFact ทำหน้าที่เรียบเรียงผลตรวจสอบข้อเท็จจริงจากหน่วยงานต้นทาง โดยอ้างอิงเฉพาะข้อมูลที่ปรากฏต่อสาธารณะ ความถูกต้องของผลตรวจสอบเป็นความรับผิดชอบของหน่วยงานที่ระบุข้างต้น
หากพบข้อผิดพลาดหรือต้องการแจ้งแก้ไข กดที่นี่ · อ่านวิธีการทำงานทั้งหมด /methodology
ข่าวเรื่องที่ว่าการอำเภอดอยเต่าจัดเซ็ตไฟและฉากหลังที่ตู้ ATM เพื่อช่วยให้ประชาชนสแกนหน้าสำหรับไทยช่วยไทยพลัสนั้นเป็นความจริง ตามการตรวจสอบและยืนยันจากหลายแหล่ง
ข่าวปลอม: เด็กไทยมีสิทธิการศึกษาฟรี 15 ปี (อนุบาล-ม.6/ปวช.3) ตามกฎหมาย กยศ. เป็นเพียงตัวเลือกช่วยเหลือค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมเท่านั้น ไม่ใช่สิ่งที่ต้องกู้
ข้อเท็จจริง: ผู้โดยสารพกพาวเวอร์แบงค์ขึ้นเครื่องบินได้เฉพาะในสัมภาระพกพา ไม่เกิน 2 ก้อนต่อคน และห้ามชาร์จระหว่างบิน ตามข้อกำหนดหน่วยงานกำกับดูแลการบิน