ข่าวที่แพร่กระจาย
ข่าวที่แพร่กระจายอ้างว่าการรับแสงสีฟ้าในช่วงกลางคืนเสี่ยงต่อการเป็นโรคอ้วน โดยขออ้างว่าแสงสีฟ้าจากอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ หรือแหล่งแสงคืนคืนอื่นๆ ส่งผลกระทบต่อการนอนหลับและเมตาบอลิซึมของร่างกาย นำไปสู่ความเสี่ยงต่อปัญหาน้ำหนักตัวเพิ่มขึ้น
ผลการตรวจสอบ
ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมตรวจสอบแล้วพบว่าข่าวนี้เป็นจริง โดยยืนยันว่าแสงสีฟ้า (blue light) ที่ได้รับในช่วงกลางคืนมีความเกี่ยวข้องกับการเป็นโรคอ้วนและโรค Alzheimer's disease มากกว่าเป็นสาเหตุโดยตรง กลไกการทำงานคือแสงสีฟ้าจะกระตุ้นเซลล์ในสมองให้ยับยั้งการหลั่งฮอร์โมนเมลาโทนิน ซึ่งเป็นฮอร์โมนที่ควบคุมนาฬิกาชีวภาพ (circadian rhythm) และการนอนหลับตามปกติ เมื่อเมลาโทนินลดลงในช่วงกลางคืน จะทำให้นาฬิกาชีวภาพบ่นวน นำไปสู่การนอนหลับผิดปกติและการเพิ่มอาการรบกวนการเผาผลาญพลังงาน เป็นผลให้ร่างกายมีความเสี่ยงต่อการเพิ่มน้ำหนักและปัญหาสุขภาพอื่นๆ ในระยะยาว
สรุป
การรับแสงสีฟ้าในเวลากลางคืนแม่นมีการศึกษาวิจัยยืนยันความสัมพันธ์กับปัญหาอ้วนและปัญหาสุขภาพอื่นๆ ผ่านการรบกวนนาฬิกาชีวภาพและการนอนหลับ ผู้อ่านสามารถลดความเสี่ยงได้โดยลดการใช้อุปกรณ์ที่ปล่อยแสงสีฟ้า (มือถือ คอมพิวเตอร์ แท็บเล็ต) ในช่วงก่อนนอนอย่างน้อย 30-60 นาที หรือใช้ฟีเจอร์ night mode เพื่อลดความเข้มของแสงสีฟ้า รักษาห้องนอนให้มืดและเงียบเพื่อสนับสนุนการหลั่งเมลาโทนินตามธรรมชาติ
ข้อมูลอ้างอิงจากศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม หน่วยงานภายใต้กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
เกี่ยวกับบทความนี้
ThaiFact ทำหน้าที่เรียบเรียงผลตรวจสอบข้อเท็จจริงจากหน่วยงานต้นทาง โดยอ้างอิงเฉพาะข้อมูลที่ปรากฏต่อสาธารณะ ความถูกต้องของผลตรวจสอบเป็นความรับผิดชอบของหน่วยงานที่ระบุข้างต้น
หากพบข้อผิดพลาดหรือต้องการแจ้งแก้ไข กดที่นี่ · อ่านวิธีการทำงานทั้งหมด /methodology