ไทยไม่มีสิทธิซ่อมแซมปราสาทตาควาย หากจะซ่อมแซมต้องขออนุญาตกัมพูชาก่อน
ข่าวที่แพร่กระจาย
ข้อความที่แพร่กระจายในโซเชียลมีเดียอ้างว่าไทยไม่มีสิทธิซ่อมแซมปราสาทตาควายและกลุ่มปราสาทตาเมือน หากต้องการซ่อมแซมจะต้องขออนุญาตจากกัมพูชาก่อน โดยอ้างความเป็นมาจากการที่กัมพูชาได้ยื่นหนังสือประท้วงต่อกระทรวงวัฒนธรรมไทย และขอให้ประเทศไทยหยุดดำเนินการบูรณะโบราณสถาน โดยเรียกร้องว่าปราสาทและกลุ่มปราสาทเหล่านั้นเป็นของกัมพูชา ข้อความนี้ได้รับการแชร์อย่างแพร่หลายบนเพลตฟอร์มการแบ่งปันสารสนเทศออนไลน์
ผลการตรวจสอบ
ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมตรวจสอบแล้วพบว่าข้อเรียกร้องดังกล่าวไม่สอดคล้องกับข้อเท็จจริง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรมไทยยืนยันว่าปราสาทตาควายและกลุ่มปราสาทตาเมือนเป็นโบราณสถานของไทย โดยปราสาทตาเมือนธมและปราสาทตาเมือนโต๊ดได้รับการประกาศขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถานอย่างเป็นทางการในราชกิจจานุเบกษามาตั้งแต่พ.ศ. 2478 ซึ่งเป็นหลักฐานกฎหมายที่ชัดแจ้ง กระทรวงวัฒนธรรมไทยได้อนุมัติงบประมาณสำหรับการบูรณะระหว่างพ.ศ. 2533 ถึง 2539 และสำเร็จการบูรณะปราสาทประธาน นอกจากนี้ กรมศิลปากรได้ดำเนินการสำรวจร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจตระเวนชายแดนของไทยตั้งแต่พ.ศ. 2544 ถึง 2545 เพื่อประเมินลักษณะทางโบราณคดีของพื้นที่ดังกล่าว การสำรวจครั้งนั้นไม่พบหลักฐานของการอยู่อาศัยหรือการสนับสนุนจากทหารกัมพูชา เนื่องจากพื้นที่ปราสาทตาควายเป็นดินแดนประเทศไทย แม้ว่าในช่วงเวลาที่ผ่านมามีการปะทะระหว่างหน่วยทหารของไทยและกัมพูชา ส่งผลให้โบราณสถานได้รับความเสียหายอย่างหนัก แต่หลังการหยุดยิง ประเทศไทยได้สามารถสถาปนาการควบคุมพื้นที่เหนือดินแดนปราสาทตาควายและกลุ่มปราสาทตาเมือน กรมศิลปากรได้รับมอบหมายให้ทำการสำรวจเพื่อเตรียมการบูรณะโบราณสถาน ซึ่งเป็นสิทธิที่ประเทศไทยมีขึ้นเนื่องจากมีอำนาจการควบคุมและเอกสารทางกฎหมายสนับสนุน
สรุป
ข้ออ้างว่าไทยไม่มีสิทธิซ่อมแซมปราสาทตาควายและต้องขออนุญาตกัมพูชาเป็นข่าวปลอมที่ไม่เป็นความจริง ปราสาทเหล่านี้ได้รับการวงศ์เสกทางกฎหมายเป็นโบราณสถานไทยตั้งแต่ปีพ.ศ. 2478 และไทยมีเอกสารและการสำรวจทางโบราณคดีที่ยืนยันความเป็นเจ้าของและอำนาจในการบูรณะ ผู้อ่านที่เข้าถึงข้อความดังกล่าว หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับสถานะทางกฎหมายของโบราณสถาน สามารถตรวจสอบข้อมูลได้จากกระทรวงวัฒนธรรมหรือกรมศิลปากรของไทย ซึ่งเป็นหน่วยงานรัฐที่มีหน้าที่กำหนดและรักษาความเป็นมหัศจรรย์โบราณสถาน
ข้อมูลอ้างอิงจากศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม หน่วยงานภายใต้กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
ThaiFact ทำหน้าที่เรียบเรียงผลตรวจสอบข้อเท็จจริงจากหน่วยงานต้นทาง โดยอ้างอิงเฉพาะข้อมูลที่ปรากฏต่อสาธารณะ ความถูกต้องของผลตรวจสอบเป็นความรับผิดชอบของหน่วยงานที่ระบุข้างต้น
หากพบข้อผิดพลาดหรือต้องการแจ้งแก้ไข กดที่นี่ · อ่านวิธีการทำงานทั้งหมด /methodology