เปิดให้ยื่นขออนุญาตครอบครอง “วาฬหลังค่อม–วาฬเบลนวิลล์–โลมาริสโซ” ภายใน 23 ก.ค. 69
ข่าวที่แพร่กระจาย
กรมประมงเปิดให้ผู้ครอบครองวาฬหลังค่อม (Megaptera novaeangliae) วาฬเบลนวิลล์ (Mesoplodon densirostris) และโลมาริสโซ (Grampus griseus) ทั้งรูปแบบมีชีวิต ซากสัตว์ป่า หรือผลิตภัณฑ์จากซากสัตว์ป่า เช่น การสตัฟฟ์ แกะสลัก ตัด หั่น ฟอก เจาะ บด เผา สกัด รวมถึงผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนประกอบหรือส่วนผสมของซากสัตว์ป่า แจ้งขออนุญาตครอบครอง ภายในวันที่ 23 กรกฎาคม 2569 โดยต้องส่งเอกสารประกอบ ได้แก่ บัตรประชาชนฉบับจริง แบบแจ้งการครอบครองสัตว์ป่าคุ้มครอง (สป.ม. 11-1) บันทึกชี้แจงรายละเอียดการได้มาโดยชอบด้วยกฎหมาย (สป.ม. 11-2) และภาพถ่ายสัตว์หรือผลิตภัณฑ์ดังกล่าว ผู้ที่ยื่นแบบแจ้งการครอบครองได้ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป
ผลการตรวจสอบ
ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมตรวจสอบแล้วพบว่าข้อมูลดังกล่าวเป็นความจริง สัตว์น้ำทั้งสามชนิดจัดอยู่ในสัตว์ป่าคุ้มครองตามอนุสัญญาว่าด้วยการค้าระหว่างประเทศซึ่งชนิดสัตว์ป่าและพืชป่าที่ใกล้สูญพันธุ์ (CITES) โดยวาฬหลังค่อมอยู่ในบัญชีหมายเลข 1 ส่วนวาฬเบลนวิลล์และโลมาริสโซจัดอยู่ในบัญชีหมายเลข 2 สัตว์เหล่านี้มีการอพยพในระยะทางไกลทั่วทั้งภูมิภาค มีโอกาสได้รับผลกระทบจากการทำประมงและการล่าสัตว์ อีกทั้งมักพบเห็นในลักษณะการเกยตื้นในประเทศไทยเป็นครั้งคราว ประเทศไทยในฐานะภาคีสมาชิกของ CITES มีพันธกรณีที่จะต้องกำหนดมาตรการสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่าอย่างเหมาะสม เพื่อรักษาสมดุลของความหลากหลายทางชีวภาพ และลดความเสี่ยงต่อการสูญพันธุ์ กรมประมงจึงขอความร่วมมือให้ผู้ครอบครองสัตว์ทั้งสามชนิดดังกล่าว หรือซากสัตว์ป่าและผลิตภัณฑ์มาแจ้งการครอบครองต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ เนื่องจากการยกระดับความสำคัญของสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมโดยกำหนดมาตรการคุ้มครองและการป้องกันการกระทำที่อาจส่งผลกระทบต่อประชากรในธรรมชาติ ถือเป็นก้าวสำคัญในการอนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเลอย่างยั่งยืน
สรุป
หากผู้ใดครอบครองวาฬหลังค่อม วาฬเบลนวิลล์ โลมาริสโซ หรือผลิตภัณฑ์จากสัตว์เหล่านี้ต้องแจ้งขออนุญาตภายในวันที่ 23 กรกฎาคม 2569 หากพ้นระยะเวลานี้ จะถูกกำหนดความผิดฐานครอบครองสัตว์ป่าคุ้มครองโดยไม่ได้รับอนุญาต มีโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 500,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ผู้ที่สงสัยว่ามีสัตว์หรือผลิตภัณฑ์ดังกล่าวในครอบครอง ควรติดต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ของกรมประมงเพื่อดำเนินการตามขั้นตอนที่กำหนด โดยการแจ้งครอบครองอย่างทันท่วงทีจะช่วยลดความเสี่ยงจากการกระทำที่ผิดกฎหมายได้
ข้อมูลอ้างอิงจากศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม หน่วยงานภายใต้กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
ThaiFact ทำหน้าที่เรียบเรียงผลตรวจสอบข้อเท็จจริงจากหน่วยงานต้นทาง โดยอ้างอิงเฉพาะข้อมูลที่ปรากฏต่อสาธารณะ ความถูกต้องของผลตรวจสอบเป็นความรับผิดชอบของหน่วยงานที่ระบุข้างต้น
หากพบข้อผิดพลาดหรือต้องการแจ้งแก้ไข กดที่นี่ · อ่านวิธีการทำงานทั้งหมด /methodology