สงกรานต์ในประเทศไทย (Songkran in Thailand) ได้รับการประกาศขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรมจาก UNESCO ไปแล้วเมื่อวันที่ 6 ธันวาคม 2566 ณ สาธารณรัฐบอตสวานา ซึ่งเป็นการรับรองสิทธิ์และคุณค่าในระดับสากลอย่างสมบูรณ์ นอกจากนี้ ไม่เคยมีการลงนามหรือข้อตกลงใด ๆ ระหว่างไทยและกัมพูชา หรือผ่านองค์กรโลกอย่าง UNESCO ที่ระบุว่า ประเทศหนึ่งต้องขออนุญาตอีกประเทศหนึ่งเพื่อจัดประเพณีของตนเอง ทั้งนี้ การเสนอขอขึ้นทะเบียนรายการมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมต่อยูเนสโก ตามอนุสัญญาว่าด้วยการสงวนรักษามรดกวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ ค.
2003 (2003 Convention for the Safeguarding of the Intangible Cultural Heritage) มีวัตถุประสงค์เพื่อสงวนรักษามรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม เพื่อให้ความเคารพมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมของชุมชน กลุ่มคน และปัจเจกบุคคลที่เกี่ยวข้อง และสร้างความตระหนักถึงความสำคัญของมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมในระดับท้องถิ่น ระดับชาติ และระดับนานาชาติ โดยมีเป้าหมายเพื่อความเป็นอยู่ที่ดีของมนุษย์ และนำมาซึ่งสันติภาพที่ถาวร ดังนั้น การขึ้นทะเบียนจึงไม่ได้เป็นการแสดงความเป็นเจ้าของ หรือแสดงถึงกรรมสิทธิ์ครอบครองในรายการมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมของประเทศใดประเทศหนึ่ง อีกทั้งยูเนสโกยังได้สนับสนุนให้ประเทศภาคีสมาชิกอนุสัญญาฯ สามารถเสนอขอขึ้นทะเบียนมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมที่อยู่ในอาณาเขตของตนต่อยูเนสโกเพียงประเทศเดียวก็ได้ หรือจะเสนอขอขึ้นทะเบียนเป็นมรดกร่วม (shared heritage) กับประเทศอื่น ๆ ก็ได้เช่นกัน แม้มรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมนั้นจะมีปรากฏอยู่ในอาณาเขตของประเทศอื่นเช่นเดียวกันก็ตาม รีเช็กให้ดี ก่อนกดแชร์ข้อมูลใด ๆ
จากการตรวจสอบข้อมูลกับแหล่งที่เชื่อถือได้ พบว่าข่าวนี้เป็นข่าวปลอม ไม่มีหลักฐานรองรับ ประชาชนไม่ควรแชร์ต่อ โดยอ้างอิงจากUNESCO
ข้อมูลอ้างอิงจากศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม หน่วยงานภายใต้กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
ผลการตรวจสอบนี้วิเคราะห์และเรียบเรียงโดยระบบของ ThaiFact จากแหล่งข้อมูลที่เปิดเผยต่อสาธารณะ ณ เวลาที่ตรวจสอบ ข้อมูลอาจมีการเปลี่ยนแปลงตามสถานการณ์ ผู้อ่านควรใช้วิจารณญาณและตรวจสอบจากแหล่งอ้างอิงข้างต้นประกอบการตัดสินใจ