มีการแพร่กระจายข้อมูลในโซเชียลมีเดียว่า ค่าฝุ่น PM2.5 ในอำเภอปาย จังหวัดแม่ฮ่องสอน อยู่ที่ 327.3 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร และอำเภอเชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่ อยู่ที่ 307.4 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร โดยระบุว่าสถานการณ์ยังไม่ดีขึ้น พร้อมแนะนำให้ประชาชนสวมหน้ากากตลอดเวลาเมื่ออยู่นอกบ้าน
ค่า PM2.5 ระดับ 300 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตรขึ้นไปถือเป็น 'อันตรายร้ายแรง' ตามเกณฑ์ดัชนีคุณภาพอากาศ (AQI) ของไทย ซึ่งพื้นที่ภาคเหนือโดยเฉพาะแม่ฮ่องสอนและเชียงใหม่เคยบันทึกค่าในระดับนี้ซ้ำแล้วซ้ำเล่าในช่วงฤดูหมอกควัน ข้อมูลจากระบบ Air4Thai ของกรมควบคุมมลพิษและ IQAir ยืนยันว่าพื้นที่ปายและเชียงดาวมักมีค่าฝุ่นสูงที่สุดในประเทศช่วงนี้ สาเหตุหลักมาจากไฟป่า การเผาพื้นที่การเกษตร และลักษณะภูมิประเทศที่เป็นหุบเขาทำให้อากาศไม่ถ่ายเท คำแนะนำเรื่องการสวมหน้ากากป้องกันฝุ่นเป็นแนวปฏิบัติมาตรฐานที่ถูกต้องตามหลักวิชาการด้านสาธารณสุข
ข้อมูลค่า PM2.5 ที่รายงานสำหรับอำเภอปายและเชียงดาวมีความน่าเชื่อถือ สอดคล้องกับสถานการณ์หมอกควันภาคเหนือที่เกิดขึ้นเป็นประจำทุกปี ประชาชนในพื้นที่ควรติดตามค่าคุณภาพอากาศแบบเรียลไทม์ผ่าน Air4Thai หรือ IQAir สวมหน้ากาก N95 ทุกครั้งที่ออกนอกบ้าน หลีกเลี่ยงการออกกำลังกายกลางแจ้ง และดูแลกลุ่มเสี่ยงอย่างเด็ก ผู้สูงอายุ และผู้มีโรคระบบทางเดินหายใจเป็นพิเศษ
ผลการตรวจสอบนี้วิเคราะห์และเรียบเรียงโดยระบบของ ThaiFact จากแหล่งข้อมูลที่เปิดเผยต่อสาธารณะ ณ เวลาที่ตรวจสอบ ข้อมูลอาจมีการเปลี่ยนแปลงตามสถานการณ์ ผู้อ่านควรใช้วิจารณญาณและตรวจสอบจากแหล่งอ้างอิงข้างต้นประกอบการตัดสินใจ