ภาพประกอบข่าวหมวดเศรษฐกิจ
ผลการตรวจสอบข่าวจริง

สหรัฐฯ ปรับกฎขอวีซ่า ผู้สมัครต้องเปิดสาธารณะบัญชีโซเชียลมีเดีย

โดย ทีมงาน ThaiFact เรียบเรียงด้วย AI · ทีมงานกำกับ ตรวจสอบเมื่อ 24 เม.ย. 2569 1 แหล่งอ้างอิง

ข่าวที่แพร่กระจาย

สหรัฐอเมริกาได้ประกาศเปลี่ยนแปลงกฎการสมัครวีซ่าสำหรับประเภทต่าง ๆ รวมถึง A-3, C-3, G-5, H1-B, H-3, H-4, F, M, J, K-1, K-2, K-3, Q, R-1, R-2, S, T และ U ตามที่ประกาศจากสถานทูต อเมริกาในกรุงเทพ ผู้สมัครวีซ่าทั้งหมดในประเภทดังกล่าวต้องปรับการตั้งค่าความเป็นส่วนตัวของบัญชีโซเชียลมีเดียทั้งหมดให้เป็นแบบสาธารณะ (Public) เพื่ออำนวยความสะดวกในการตรวจสอบข้อมูลที่จำเป็นเกี่ยวกับตัวตนและคุณสมบัติในการเดินทางเข้าประเทศสหรัฐอเมริกา โดยหากผู้สมัครไม่ปฏิบัติตามข้อกำหนดนี้ การพิจารณาวีซ่าของพวกเขาจะล่าช้า

ผลการตรวจสอบ

ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมตรวจสอบข้อมูลนี้แล้วและพบว่าเป็นข่าวจริง โดยมีแหล่งข้อมูลจากสถานทูตสหรัฐอเมริกาในกรุงเทพเป็นผู้ประกาศข้อมูลนี้อย่างเป็นทางการ ตามลำดับการตรวจสอบข้อมูลด้านความมั่นคงของสหรัฐอเมริกา หน่วยงานได้ระบุว่าการพิจารณาวีซ่าถือเป็นการตัดสินใจด้านความมั่นคงแห่งชาติ และประเทศสหรัฐอเมริกาจำเป็นต้องมีความระมัดระวังอย่างสูงในกระบวนการออกวีซ่า โดยใช้ข้อมูลจากแหล่งต่าง ๆ รวมถึงบัญชีโซเชียลมีเดียเพื่อเป็นส่วนหนึ่งของการคัดกรองและตรวจสอบผู้ยื่นขอ เพื่อให้แน่ใจว่าผู้สมัครไม่มีเจตนาที่จะก่ออันตราย และมีเจตนาจะปฏิบัติตามเงื่อนไขการเข้าประเทศตามที่กำหนด

สรุป

ข่าวนี้ยืนยันว่าสหรัฐอเมริกาได้มีการเปลี่ยนแปลงนโยบายการตรวจสอบผู้สมัครวีซ่าให้เข้มงวดยิ่งขึ้นโดยการเข้าถึงข้อมูลจากบัญชีโซเชียลมีเดีย ผู้ที่มีแผนจะสมัครวีซ่าสำหรับประเภทที่ระบุควรเตรียมความพร้อมโดยปรับการตั้งค่าความเป็นส่วนตัวในบัญชีโซเชียลมีเดียทั้งหมดให้เป็นแบบสาธารณะล่วงหน้า เพื่อหลีกเลี่ยงการล่าช้าในการพิจารณาวีซ่า ผู้สมัครควรตรวจสอบข้อมูลเพิ่มเติมและคำแนะนำจากสถานทูตสหรัฐอเมริกาในประเทศของตนหรือจากเว็บไซต์ทางการของกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐอเมริกา เพื่อให้ได้ข้อมูลที่ครบถ้วนและเป็นปัจจุบัน

ข้อมูลอ้างอิงจากศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม หน่วยงานภายใต้กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม

ไทม์ไลน์การตรวจสอบ
24 เม.ย. 2569 11:30
ระบบตรวจพบข่าวจาก ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม
24 เม.ย. 2569 08:30
ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม ตรวจสอบและยืนยันผลแล้ว
24 เม.ย. 2569 05:30
เผยแพร่ผลการตรวจสอบ — ข่าวจริง
แหล่งอ้างอิง
1
ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม — แหล่งตรวจสอบข้อเท็จจริงต้นทาง
เกี่ยวกับบทความนี้

ThaiFact ทำหน้าที่เรียบเรียงผลตรวจสอบข้อเท็จจริงจากหน่วยงานต้นทาง โดยอ้างอิงเฉพาะข้อมูลที่ปรากฏต่อสาธารณะ ความถูกต้องของผลตรวจสอบเป็นความรับผิดชอบของหน่วยงานที่ระบุข้างต้น

บทความนี้วิเคราะห์และเรียบเรียงด้วยระบบ AI ภายใต้กรอบและการกำกับของทีมงาน ThaiFact ซึ่งเป็นผู้รับผิดชอบเนื้อหาที่เผยแพร่ (การเปิดเผยการใช้ AI)

พบข้อผิดพลาด? แจ้งแก้ไข · นโยบายการแก้ไขและถอดบทความ · วิธีการทำงาน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

แอบอ้างกรมสรรพากรเปิด TikTok ใหม่ jack16311 เพื่อขอข้อมูลส่วนบุคคล
ข่าวปลอม·16 ชม.·TikTok phishingเศรษฐกิจ
IMF รายงานไทยมีทุนสำรองระหว่างประเทศ 282,000 ล้านดอลลาร์ เงินลงทุนต่างชาติเพิ่ม 30%
ข่าวจริง·19 ชม.·IMF และ UNCTADเศรษฐกิจ
IMF–World Bank ประชุมประจำปี 2569 ยกไทยเป็น Trusted Connector เชื่อมโยงเศรษฐกิจโลก
ข่าวจริง·1 วัน·Anti Fake News Centerเศรษฐกิจ
แอบอ้างช่องแจ้งปัญหามิเตอร์ของกฟภ. บัญชีไลน์ 'ฝ่ายมิเตอร์ไฟฟ้า' ไม่ใช่ทางการ
ข่าวปลอม·2 วัน·LINE scam (fake gfp account)เศรษฐกิจ
บัญชี TikTok ชื่อ lilke9991 อ้างเป็นกรมสรรพากร
ข่าวปลอม·2 วัน·TikTok fake account (lilke9991)เศรษฐกิจ
โครงการไทยช่วยไทย แฟรนไชส์สร้างอาชีพ พลัส รัฐสนับสนุน 50% ค่าแพ็กเกจ ขยายเวลารับสมัครถึงธันวาคม 2570
ข่าวจริง·3 วัน·กระทรวงพาณิชย์เศรษฐกิจ