นายกฯ ชี้แจง การเพิ่มเบี้ยคนชราจาก 600 บาท เป็น 3,000 บาท ไร้ประโยชน์
ข่าวที่แพร่กระจาย
ในช่วงเวลาที่ผ่านมา ข้อความที่ส่งต่อกันในสื่อสังคมออนไลน์อ้างว่านายกรัฐมนตรีได้กล่าวว่า "การที่จะให้งบเบี้ยคนชราจาก 600 เป็น 3,000 ไม่มีประโยชน์" โดยมีการแชร์ข้อความนี้อย่างแพร่หลายพร้อมกับข้อความที่ว่า "ปรับเบี้ยผู้สูงอายุจาก 600 เป็น 3,000 บาท" เพื่อแสดงว่าเป็นนโยบายหรือแผนที่นายกฯ กำลังพิจารณา ข้อความดังกล่าวมีการระบุอัตราการจ่ายเงินเบี้ยใหม่เป็นจำนวนเงินที่สูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
ผลการตรวจสอบ
ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมทำการตรวจสอบแล้วพบว่า นายกรัฐมนตรีไม่เคยกล่าวข้อความดังกล่าว และข้อความที่ถูกแชร์นั้นเป็นการตัดต่อหรือบิดเบือนคำพูดเพื่อสร้างความเข้าใจผิดแก่สังคม ตามข้อมูลปัจจุบัน การจ่ายเงินเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุยังคงใช้ระเบียบกระทรวงมหาดไทยว่าด้วยหลักเกณฑ์การจ่ายเงินเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พ.ศ. 2566 ซึ่งกำหนดอัตราการจ่ายเป็นรายเดือนตามช่วงอายุ ดังนี้ ผู้สูงอายุอายุ 60–69 ปีได้รับ 600 บาทต่อคนต่อเดือน ผู้สูงอายุอายุ 70–79 ปีได้รับ 700 บาทต่อคนต่อเดือน ผู้สูงอายุอายุ 80–89 ปีได้รับ 800 บาทต่อคนต่อเดือน และผู้สูงอายุอายุ 90 ปีขึ้นไปได้รับ 1,000 บาทต่อคนต่อเดือน ข้อเท็จจริงดังกล่าวแตกต่างจากข้อความที่เป็นการอ้างว่าการปรับอัตราเบี้ยเป็น 3,000 บาท
สรุป
ข้อความที่อ้างว่านายกรัฐมนตรีกล่าวว่าการเพิ่มเบี้ยคนชราเป็น 3,000 บาทไร้ประโยชน์เป็นข่าวปลอม ซึ่งเป็นผลมาจากการตัดต่อหรือบิดเบือนคำพูด ผู้อ่านที่ได้รับข้อความดังกล่าวในสื่อสังคมออนไลน์ควรตรวจสอบข้อมูลเกี่ยวกับนโยบายสวัสดิการผู้สูงอายุจากช่องทางทางการ เช่น เว็บไซต์ของสำนักนายกรัฐมนตรี หรือประกาศอย่างเป็นทางการจากกระทรวงมหาดไทย หากประชาชนต้องการทราบข้อมูลนโยบายที่เกี่ยวข้องกับสวัสดิการผู้สูงอายุ ให้ติดต่อองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในท้องที่ของตนเองหรือหน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้อง
ข้อมูลอ้างอิงจากศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม หน่วยงานภายใต้กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
ThaiFact ทำหน้าที่เรียบเรียงผลตรวจสอบข้อเท็จจริงจากหน่วยงานต้นทาง โดยอ้างอิงเฉพาะข้อมูลที่ปรากฏต่อสาธารณะ ความถูกต้องของผลตรวจสอบเป็นความรับผิดชอบของหน่วยงานที่ระบุข้างต้น
หากพบข้อผิดพลาดหรือต้องการแจ้งแก้ไข กดที่นี่ · อ่านวิธีการทำงานทั้งหมด /methodology