เรื่องนี้ ThaiFact วิเคราะห์จากข้อมูลที่ปรากฏต่อสาธารณะ ยังไม่มีหน่วยงานตรวจสอบข่าวปลอมหรือหน่วยงานทางการออกผลยืนยัน ผู้อ่านโปรดใช้วิจารณญาณและตรวจสอบจากช่องทางทางการก่อนเชื่อหรือแชร์ต่อ
กัมพูชาแอบจดทะเบียน MoU 2001 กับ UN เพื่อให้มีการรับรองเส้นเขตแดน
ข่าวที่แพร่กระจาย
ข้อมูลที่แพร่กระจายอ้างว่า กัมพูชาได้แอบจดทะเบียนบันทึกความเข้าใจ (MoU) ปีพ.ศ. 2544 กับสหประชาชาติ (UN) เพื่อให้ UN รับรองเส้นเขตแดนระหว่างไทยกับกัมพูชา การกล่าวอ้างนี้สื่อให้เข้าใจว่าการจดทะเบียนดังกล่าวเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมายและมีผลบังคับให้เส้นพรมแดนตรึงตัว ซึ่งเป็นการเสียสิทธิของไทยในการเจรจาต่อไป
ผลการตรวจสอบ
ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม ตรวจสอบแล้วพบว่าข้อมูลดังกล่าวเป็นการบิดเบือนความเป็นจริง ตามข้อ 102 ของกฎบัตรสหประชาชาติ รัฐสมาชิก UN สามารถขึ้นทะเบียนสนธิสัญญาหรือความตกลงระหว่างประเทศกับ UN ได้โดยกฎหมาย และการกระทำนี้ไม่กระทบต่อการได้เปรียบหรือเสียเปรียบในทางกฎหมายระหว่างประเทศ ข้อเท็จจริงสำคัญประการแรก MoU ค.ศ. 2001 (หรือ MOU44) ไม่มีข้อบทใดที่กำหนดหรือตรึงเส้นเขตแดนอย่างชัดเจน แต่เป็นเพียงบันทึกความเข้าใจที่มีบทบัญญัติให้ไทยและกัมพูชาเจรจากันเพื่อแบ่งเขตในภายหลัง ประการที่สอง เอกสารดังกล่าวมีข้อบทที่ระบุโดยชัดแจ้งว่าการบันทึกความเข้าใจไม่กระทบต่อสิทธิของทั้งสองฝ่าย ซึ่งหมายความว่าไทยยังคงมีสิทธิในการต่อรองและเจรจาเงื่อนไขของเส้นเขตแดนต่อไป เนื่องจากเอกสารเป็นเพียงข้อตกลงในการดำเนินการต่อ ไม่ใช่ข้อตกลงที่สิ้นสุดการพิพาทเขตแดน
สรุป
การกล่าวอ้างว่าการจดทะเบียน MoU เป็นการแอบโปรแกรมไทยสูญสิทธิคือการบิดเบือนความจริง บันทึกความเข้าใจนี้เป็นเพียงขั้นตอนแรกในกระบวนการเจรจาตามหลักกฎหมายระหว่างประเทศ ไม่ใช่การตัดสินขาดว่าเส้นพรมแดนจำเป็นต้องอยู่ตรงไหน ผู้อ่านควรตรวจสอบข้อมูลเพิ่มเติมจากแหล่งข้อมูลทางการ เช่น กระทรวงการต่างประเทศ หรือเอกสารทางการระหว่างไทยและกัมพูชา เพื่อให้เข้าใจบริบทของการเจรจาเขตแดนอย่างสมบูรณ์
ข้อมูลอ้างอิงจากศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม หน่วยงานภายใต้กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
ThaiFact ทำหน้าที่เรียบเรียงผลตรวจสอบข้อเท็จจริงจากหน่วยงานต้นทาง โดยอ้างอิงเฉพาะข้อมูลที่ปรากฏต่อสาธารณะ ความถูกต้องของผลตรวจสอบเป็นความรับผิดชอบของหน่วยงานที่ระบุข้างต้น
หากพบข้อผิดพลาดหรือต้องการแจ้งแก้ไข กดที่นี่ · อ่านวิธีการทำงานทั้งหมด /methodology