กัมพูชากวาดล้างแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ทำให้ลักลอบทะลักมาทางชายแดนไทย
ข่าวที่แพร่กระจาย
ในช่วงเวลาหนึ่ง มีข้อความแพร่กระจายในสื่อสังคมมวลชนว่า หลังจากที่รัฐบาลกัมพูชากวาดล้างแก๊งคอลเซ็นเตอร์ (scam call center) ทำให้สมาชิกของกลุ่มดังกล่าวลักลอบหนีเข้ามายังประเทศไทย โดยข้อความดังกล่าวบ่งชี้ว่ามีการทะลักผ่านจุดบ่อแหล่งต่างๆ และมีความเสี่ยงที่บุคคลเหล่านี้อาจทำกิจกรรมอันตรายต่อประชาชนในประเทศไทยต่อไป
ผลการตรวจสอบ
สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตม.) ได้ตรวจสอบข้อมูลดังกล่าวอย่างละเอียด ตามรายงานของศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม พบว่า ด่านชายแดนไทย-กัมพูชายังคงปิดอยู่อย่างเข้มงวด ทั้งคนและยานพาหนะยังไม่สามารถสัญจรข้ามแดนได้ตามปกติ อย่างไรก็ตาม สตม. ได้ตรวจพบบุคคลต่างชาติจำนวนหนึ่งที่ลักลอบเข้ามายังประเทศไทย โดยมีความผิดฐานลักลอบเข้าเมืองและ/หรือ Overstay (อยู่ในราชอาณาจักรเกินกำหนดที่ได้รับอนุญาต) แต่จากการสอบสวนของเจ้าหน้าที่ยังไม่พบหลักฐานว่าบุคคลต่างชาติกลุ่มนี้มีความเกี่ยวข้องหรือเป็นสมาชิกของแก๊งคอลเซ็นเตอร์ที่ถูกรัฐบาลกัมพูชากวาดล้าง ในเรื่องเกี่ยวกับการดำเนินการของกัมพูชานั้น ที่ผ่านมากัมพูชามีการส่งตัวบุคคลไทยกลับประเทศไทยจำนวน 635 รายที่เกี่ยวข้องกับการกวาดล้างคอลเซ็นเตอร์ โดยได้มีการประสานงานระหว่างสองประเทศเพื่อดำเนินการส่งตัวกลับ งดรับใหม่ และงดส่งต่อไปยังประเทศอื่น
สรุป
ข่าวที่ว่ากลุ่มแก๊งคอลเซ็นเตอร์หลบหนีจากกัมพูชาลักลอบเข้ามายังประเทศไทยเป็นจำนวนมากนั้นไม่มีหลักฐานสนับสนุนตามการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่ ผู้อ่านควรระวังการแชร์ข่าวสารที่อาจก่อให้เกิดความหวาดระแวงโดยไม่มีพื้นฐานข้อเท็จจริง หากต้องการทราบข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับสถานการณ์การเข้าออกจากจุดชายแดนหรือการตรวจสอบบุคคลต่างชาติ ควรติดตามข้อมูลทางการจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กองบัญชาการรักษาความมั่นคงตามชายแดน (กรม.ชม.) หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเท่านั้น
ข้อมูลอ้างอิงจากศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม หน่วยงานภายใต้กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
ThaiFact ทำหน้าที่เรียบเรียงผลตรวจสอบข้อเท็จจริงจากหน่วยงานต้นทาง โดยอ้างอิงเฉพาะข้อมูลที่ปรากฏต่อสาธารณะ ความถูกต้องของผลตรวจสอบเป็นความรับผิดชอบของหน่วยงานที่ระบุข้างต้น
หากพบข้อผิดพลาดหรือต้องการแจ้งแก้ไข กดที่นี่ · อ่านวิธีการทำงานทั้งหมด /methodology