จากสถานการณ์ล่าสุดปริมาณปุ๋ยเคมีในประเทศยังอยู่ในระดับเพียงพอ โดยมีสต็อกคงเหลือ ณ เดือนมกราคม 2569 ประมาณ 1. 52 ล้านตัน ขณะที่ความต้องการใช้เฉลี่ยเดือนละประมาณ 0. 8 ล้านตัน สำหรับปุ๋ยยูเรียซึ่งเป็นวัตถุดิบหลัก คิดเป็นสัดส่วนประมาณ 36% ของการใช้ปุ๋ยทั้งหมด มีปริมาณสต๊อก 0.
32 ล้านตัน หรือคิดเป็น 6. 5 ล้านกระสอบ โดยปัจจุบันมีปริมาณเพียงพอรองรับการใช้มากกว่า 2 เดือน นอกจากนี้ยังมีปุ๋ยยูเรียที่ไทยอยู่ระหว่างการนำเข้าจากซาอุดีอาระเบีย ปริมาณรวมประมาณ 100,000 ตัน หรือคิดเป็นปริมาณ 2 ล้านกระสอบ ทำให้ไทยจะมีปุ๋ยยูเรียใช้ในปริมาณ 8. 5 ล้านกระสอบ ซึ่งเพียงพอสำหรับการใช้ได้ถึงเดือนสิงหาคม 2569 และไทยยังได้มีช่องทางการนำเข้าปุ๋ยเคมีจากแหล่งอื่นเพิ่มเติม เช่น มาเลเซีย และบรูไน ซึ่งสามารถนำเข้าได้ปกติ และขณะนี้จะไม่ส่งผลกระทบต่อภาคการผลิตสินค้าเกษตรของไทย เนื่องจากเป็นช่วงฤดูกาลเก็บเกี่ยวผลผลิตสินค้าเกษตรสำคัญหลายรายการ เช่น ข้าวนาปรัง ผลไม้ เป็นต้น ในส่วนของข้าวนาปีขณะนี้ยังไม่เข้าสู่ฤดูกาลเพาะปลูก ในส่วนของราคาปุ๋ยที่จำหน่ายในตลาด ที่เป็นปุ๋ยสูตรมีส่วนผสมของยูเรียยังเป็นสต็อกเดิมที่จัดหามาก่อนสถานการณ์ดังกล่าว ดังนั้นราคาจำหน่ายในประเทศยังคงอยู่ในระดับเดิม แต่อย่างไรก็ดี หากสถานการณ์ยังคงยืดเยื้อ ต้นทุนปุ๋ยเคมีในตลาดโลกมีการปรับเปลี่ยน กรมจะติดตามสถานการณ์และโครงสร้างราคาอย่างใกล้ชิดและให้เป็นไปตามโครงสร้างต้นทุนจริง โดยคำนึงถึงผลกระทบที่มีต่อเกษตรกรน้อยที่สุด เช็กก่อนเชื่อ ตรวจสอบก่อนแชร์
จากการตรวจสอบข้อมูลกับแหล่งที่เชื่อถือได้ พบว่าข่าวนี้มีการบิดเบือนข้อเท็จจริง ควรตรวจสอบข้อมูลก่อนแชร์ โดยอ้างอิงจากกรมจะติดตามสถานการณ์และโครงสร้างราคาอย่า
ข้อมูลอ้างอิงจากศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม หน่วยงานภายใต้กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
ผลการตรวจสอบนี้วิเคราะห์และเรียบเรียงโดยระบบของ ThaiFact จากแหล่งข้อมูลที่เปิดเผยต่อสาธารณะ ณ เวลาที่ตรวจสอบ ข้อมูลอาจมีการเปลี่ยนแปลงตามสถานการณ์ ผู้อ่านควรใช้วิจารณญาณและตรวจสอบจากแหล่งอ้างอิงข้างต้นประกอบการตัดสินใจ