ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท. ) ออกหลักเกณฑ์ให้สถาบันการเงินบริหารจัดการความเสี่ยงของธุรกรรมที่เกี่ยวข้องกับเงินสด เพื่อยกระดับการดูแลความเสี่ยงและป้องกันไม่ให้สถาบันการเงินถูกใช้เป็นช่องทางกระทำผิดกฎหมาย พร้อมทั้งเป็นการคุ้มครองผู้ใช้บริการทางการเงิน เนื่องจากธุรกรรมเงินสดทำได้สะดวกและไม่มีข้อมูลเส้นทางธุรกรรม ทำให้ติดตามได้ยาก และอาจถูกนำไปใช้ในกิจกรรมที่ไม่เหมาะสม ซึ่งอาจกระทบความเชื่อมั่นในระบบสถาบันการเงิน
หลักเกณฑ์ฉบับนี้กำหนดให้สถาบันการเงินต้องบริหารจัดการความเสี่ยงของธุรกรรมเบิกถอนเงินสดและธุรกรรมที่เกี่ยวข้องกับเช็คเงินสดให้รัดกุมและครอบคลุมตลอดกระบวนการ โดยคำนึงถึงความเหมาะสมและสอดคล้องกับระดับความเสี่ยงของลูกค้า ลักษณะธุรกรรม พื้นที่ และช่องทางการให้บริการ โดยสาระสำคัญ คือ หากลูกค้าทำธุรกรรมเงินสดตั้งแต่ 5 ล้านบาทขึ้นไปต่อวัน สถาบันการเงินต้องตรวจสอบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับลูกค้าอย่างเข้มข้น เช่น สอบถามวัตถุประสงค์หรือขอเอกสารการใช้เงินประกอบการพิจารณา และหากตรวจพบธุรกรรมที่มีลักษณะผิดปกติไปจากการทำธุรกรรมทั่วไปหรือไม่สอดคล้องกับพฤติกรรมปกติของลูกค้ารายนั้น ต้องรายงานให้ ธปท. ทราบ โดยเงื่อนไขนี้จะใช้เฉพาะการถอนเงินสดที่สาขา และการเบิกถอนหรือขึ้นเงินจากเช็คเงินสดที่ไม่ขีดคร่อมเข้าบัญชี ทั้งนี้ ลูกค้าที่ทำธุรกรรมด้วยช่องทางอื่น เช่น การโอนเงิน หรือใช้เช็คที่ขีดคร่อมเข้าบัญชี ยังดำเนินการได้ตามปกติ หลักเกณฑ์นี้เป็นไปตามประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย ที่ 16/2569 เรื่อง หลักเกณฑ์การบริหารจัดการความเสี่ยงของธุรกรรมที่เกี่ยวข้องกับเงินสดสำหรับสถาบันการเงิน โดยจะมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2569 เป็นต้นไป
จากการตรวจสอบข้อมูลกับแหล่งที่เชื่อถือได้ พบว่าข่าวนี้เป็นข่าวจริง มีหลักฐานยืนยันชัดเจน โดยอ้างอิงจากธนาคารแห่งประเทศไทย, สถาบันการเงินบริหารจัดการความเสี่ยงของธุ, สถาบันการเงินถูกใช้เป็นช่องทางกระทำผิดกฎ, สถาบันการเงิน, สถาบันการเงินต้องบริหารจัดการความเสี่ยงข
ข้อมูลอ้างอิงจากศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม หน่วยงานภายใต้กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
ผลการตรวจสอบนี้วิเคราะห์และเรียบเรียงโดยระบบของ ThaiFact จากแหล่งข้อมูลที่เปิดเผยต่อสาธารณะ ณ เวลาที่ตรวจสอบ ข้อมูลอาจมีการเปลี่ยนแปลงตามสถานการณ์ ผู้อ่านควรใช้วิจารณญาณและตรวจสอบจากแหล่งอ้างอิงข้างต้นประกอบการตัดสินใจ