กรมธุรกิจพลังงาน นำเจ้าหน้าที่ตามพระราชบัญญัติการควบคุมน้ำมันเชื้อเพลิง พ. 2542 บูรณาการร่วมกับ กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) และสำนักงานพลังงานจังหวัดสระบุรี ลงพื้นที่ตรวจสอบเชิงรุกในพื้นที่อำเภอเสาไห้ จังหวัดสระบุรี หลังได้รับข้อมูลเบาะแสการลักลอบค้าหรือกักตุนน้ำมัน
จากการตรวจสอบ พบจุดต้องสงสัยจำนวน 3 จุด มีการจัดเก็บน้ำมันโดยไม่ได้แจ้งและไม่ได้รับอนุญาต รวมปริมาณประมาณ 40,000 ลิตร ซึ่งเข้าข่ายความผิดตามกฎหมาย เนื่องจากพระราชบัญญัติการควบคุมน้ำมันเชื้อเพลิง พ. 2542 กำหนดว่า การเก็บรักษาน้ำมันเชื้อเพลิงในปริมาณเกิน 15,000 ลิตร ต้องได้รับใบอนุญาตจากอธิบดีกรมธุรกิจพลังงานหรือผู้ว่าราชการจังหวัดก่อน มิฉะนั้นถือเป็นการกระทำความผิดตามกฎหมาย เจ้าหน้าที่จึงได้รวบรวมพยานหลักฐานเพื่อดำเนินคดีตามขั้นตอนต่อไป ทั้งนี้ การฝ่าฝืนจัดเก็บน้ำมันโดยไม่ได้รับอนุญาต มีโทษตามกฎหมาย อาจถูกจำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 200,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และหากเป็นการกระทำที่เข้าข่ายกักตุนเพื่อแสวงหากำไรหรือทำให้เกิดความปั่นป่วนในตลาด อาจเข้าข่ายความผิดตามกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติม ซึ่งเจ้าหน้าที่จะดำเนินการอย่างเด็ดขาด หากพบเห็นการลักลอบค้าหรือกักตุนน้ำมัน สามารถแจ้งเบาะแสได้ที่ กรมธุรกิจพลังงาน หรือ สำนักงานพลังงานจังหวัดทั่วประเทศ
จากการตรวจสอบข้อมูลกับแหล่งที่เชื่อถือได้ พบว่าข่าวนี้เป็นข่าวจริง มีหลักฐานยืนยันชัดเจน โดยอ้างอิงจากกรมธุรกิจพลังงาน, กรมสอบสวนคดีพิเศษ, กรมธุรกิจพลังงานหรือผู้ว่าราชการจังหวัดก, สำนักงานพลังงานจังหวัดสระบุรี, สำนักงานพลังงานจังหวัดทั่วประเทศ
ข้อมูลจาก ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม
ผลการตรวจสอบนี้วิเคราะห์และเรียบเรียงโดยระบบของ ThaiFact จากแหล่งข้อมูลที่เปิดเผยต่อสาธารณะ ณ เวลาที่ตรวจสอบ ข้อมูลอาจมีการเปลี่ยนแปลงตามสถานการณ์ ผู้อ่านควรใช้วิจารณญาณและตรวจสอบจากแหล่งอ้างอิงข้างต้นประกอบการตัดสินใจ