มีการเผยแพร่ข่าวที่อ้างว่าประเทศไทยได้บรรลุข้อตกลงทวิภาคีกับอิหร่าน เพื่อรับประกันความปลอดภัยในการเดินเรือของเรือบรรทุกน้ำมันไทยผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งพลังงานที่สำคัญที่สุดแห่งหนึ่งของโลก โดยข่าวระบุว่าข้อตกลงนี้เกิดขึ้นท่ามกลางความตึงเครียดในภูมิภาคตะวันออกกลาง
จากการตรวจสอบข้อเท็จจริง ไม่พบหลักฐานใดๆ ที่สนับสนุนข้อกล่าวอ้างนี้จากแหล่งข้อมูลที่น่าเชื่อถือ โดยมีข้อสังเกตสำคัญดังนี้ ประการแรก กระทรวงการต่างประเทศไทยและกระทรวงพลังงานไม่มีการออกแถลงการณ์หรือให้ข้อมูลใดๆ เกี่ยวกับข้อตกลงกับอิหร่านในลักษณะนี้ หากเป็นเรื่องจริง ย่อมต้องมีการแถลงข่าวอย่างเป็นทางการจากทั้งสองฝ่าย ประการที่สอง สำนักข่าวชั้นนำทั้งในประเทศและต่างประเทศ ได้แก่ Reuters, Associated Press, Bangkok Post และ The Nation ต่างไม่มีรายงานเกี่ยวกับข้อตกลงดังกล่าวแต่อย่างใด ซึ่งหากเป็นเหตุการณ์จริงย่อมได้รับความสนใจจากสื่อทั่วโลก ประการที่สาม ในทางกฎหมายระหว่างประเทศ การรับประกัน safe passage ในช่องแคบฮอร์มุซโดยอิหร่านเพียงฝ่ายเดียวไม่มีกลไกรองรับที่ชัดเจน เนื่องจากช่องแคบนี้อยู่ภายใต้อธิปไตยร่วมของอิหร่านและโอมาน และการเจรจาลักษณะนี้โดยปกติดำเนินการผ่านกรอบพหุภาคีหรือองค์การระหว่างประเทศ ประการที่สี่ ไทยไม่ได้มีปริมาณการนำเข้าน้ำมันผ่านช่องแคบฮอร์มุซในระดับที่จำเป็นต้องทำข้อตกลงพิเศษเช่นนี้ และไทยไม่มีกองทัพเรือหรืออำนาจต่อรองเพียงพอในการเจรจาข้อตกลงดังกล่าวกับอิหร่านโดยตรง ข้อมูลที่มีความเป็นจริงบางส่วนคือ ไทยมีความสัมพันธ์ทางการทูตกับอิหร่านและมีการนำเข้าน้ำมันจากภูมิภาคตะวันออกกลาง รวมถึงมีความตึงเครียดจริงในบริเวณช่องแคบฮอร์มุซในช่วงหลายปีที่ผ่านมา แต่ข้อเท็จจริงพื้นฐานเหล่านี้ไม่เพียงพอที่จะสนับสนุนข้อกล่าวอ้างในระดับนี้
ข่าวที่อ้างว่าไทยทำข้อตกลงกับอิหร่านเพื่อคุ้มครองเรือบรรทุกน้ำมันผ่านช่องแคบฮอร์มุซเป็นข้อมูลที่น่าสงสัยอย่างยิ่ง ไม่มีแหล่งข้อมูลที่น่าเชื่อถือใดยืนยัน และขัดกับความเป็นจริงทั้งในเชิงการทูต กฎหมายระหว่างประเทศ และบทบาทของไทยในเวทีโลก ประชาชนควรระมัดระวังในการแชร์หรืออ้างอิงข้อมูลดังกล่าว และตรวจสอบจากแหล่งข้อมูลทางการก่อนเสมอ
ผลการตรวจสอบนี้วิเคราะห์และเรียบเรียงโดยระบบของ ThaiFact จากแหล่งข้อมูลที่เปิดเผยต่อสาธารณะ ณ เวลาที่ตรวจสอบ ข้อมูลอาจมีการเปลี่ยนแปลงตามสถานการณ์ ผู้อ่านควรใช้วิจารณญาณและตรวจสอบจากแหล่งอ้างอิงข้างต้นประกอบการตัดสินใจ