มีการแชร์บทความอ้างว่าอุตสาหกรรมอาหารของไทย ซึ่งมุ่งหวังเป็น 'ครัวของโลก' (Kitchen of the World) กำลังเผชิญวิกฤตการขาดแคลนบุคลากรอย่างรุนแรง โดยระบุว่านักวิทยาศาสตร์อาหารในประเทศทำงานหนักและได้รับค่าตอบแทนต่ำ ขณะที่คนรุ่นใหม่เลือกที่จะไม่เรียนสาขาวิทยาศาสตร์การอาหาร ส่งผลให้ห่วงโซ่อุปทานแรงงานด้านนี้ตกอยู่ในความเสี่ยง
จากการตรวจสอบพบว่าข้อมูลดังกล่าวมีความจริงบางส่วน แต่ไม่ครบถ้วนและอาจสร้างภาพที่บิดเบือนได้ ประเด็นที่มีหลักฐานสนับสนุน: นโยบาย 'ครัวของโลก' เป็นนโยบายรัฐบาลที่มีมาตั้งแต่ยุครัฐบาลทักษิณและยังคงดำเนินต่อเนื่องมาจนปัจจุบัน ไทยติดอันดับผู้ส่งออกอาหารรายใหญ่ของโลกอย่างสม่ำเสมอ รายงานจากสถาบันอาหาร กระทรวงอุตสาหกรรม และสมาคม FoSTAT ระบุว่าอุตสาหกรรมอาหารไทยมีความต้องการบุคลากรทักษะสูงในบางสาขาเฉพาะทาง อาทิ นวัตกรรมอาหาร อาหารฟังก์ชัน และเทคโนโลยีการแปรรูป นอกจากนี้ ค่าตอบแทนนักวิทยาศาสตร์อาหารในไทยยังอยู่ในระดับปานกลางถึงต่ำเมื่อเปรียบเทียบกับสาขาวิชาชีพอื่นในกลุ่ม STEM เช่น วิศวกรรมศาสตร์และเทคโนโลยีสารสนเทศ ประเด็นที่ยังขาดหลักฐาน: ข้อกล่าวอ้างว่าคนรุ่นใหม่ 'เลือกเรียนวิทยาศาสตร์อาหารน้อยลง' นั้นยังไม่มีสถิติเชิงปริมาณที่ชัดเจนมารองรับ ในความเป็นจริง มหาวิทยาลัยชั้นนำอย่างมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ยังคงเปิดหลักสูตรและมีผู้สมัครเรียนอย่างต่อเนื่อง ปัญหาที่แท้จริงอาจอยู่ที่คุณภาพและการกระจายตัวของบุคลากรมากกว่าจำนวนที่ลดลง อีกทั้งคำว่า 'ทำงานหนักและค่าตอบแทนต่ำ' เป็นการประเมินเชิงอัตวิสัยที่ขาดข้อมูลเชิงสถิติสนับสนุนอย่างเป็นรูปธรรม แหล่งข้อมูลที่ใช้ตรวจสอบ ได้แก่ สถาบันอาหาร กระทรวงอุตสาหกรรม (nfi.or.th) สำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม (oie.go.th) สมาคมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีทางอาหารแห่งประเทศไทย (FoSTAT) และรายงาน OECD Skills Outlook ด้านประเทศไทย
ข้อมูลเกี่ยวกับวิกฤตบุคลากรในอุตสาหกรรมอาหารไทยมีความจริงอยู่บางส่วน โดยเฉพาะประเด็นด้านความต้องการบุคลากรทักษะสูงและค่าตอบแทนที่ยังไม่แข่งขันได้เทียบกับสาขาอื่น อย่างไรก็ตาม การระบุว่าเป็น 'วิกฤต' ที่คนรุ่นใหม่ไม่นิยมเรียนสายนี้แล้วนั้น ยังเป็นการนำเสนอที่เกินจริงและขาดหลักฐานทางสถิติสนับสนุน ผู้อ่านควรติดตามข้อมูลจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องโดยตรงก่อนสรุปความ
ผลการตรวจสอบนี้วิเคราะห์และเรียบเรียงโดยระบบของ ThaiFact จากแหล่งข้อมูลที่เปิดเผยต่อสาธารณะ ณ เวลาที่ตรวจสอบ ข้อมูลอาจมีการเปลี่ยนแปลงตามสถานการณ์ ผู้อ่านควรใช้วิจารณญาณและตรวจสอบจากแหล่งอ้างอิงข้างต้นประกอบการตัดสินใจ