มีการเผยแพร่ข่าวภาษาอังกฤษอ้างว่าความขัดแย้งในอิหร่านได้จุดชนวนให้เกิด 'วิกฤตเชื้อเพลิงโลก' (global fuel crisis) ส่งผลให้เศรษฐกิจไทยได้รับความเสียหายอย่างรุนแรง ทั้งในภาคเกษตรกรรม การขนส่ง และบริการจำเป็น โดยอ้างว่ามีการขาดแคลนเชื้อเพลิงและราคาพุ่งสูงขึ้นทั่วโลก รวมถึงส่งคลื่นกระทบไปยังห่วงโซ่อุปทานในวงกว้าง
จากการตรวจสอบข้อมูลจากหลายแหล่ง พบว่าเนื้อหาของข่าวนี้มีปัญหาหลายประการดังนี้ ประการแรก ไม่มีหลักฐานว่าเกิด 'วิกฤตเชื้อเพลิงโลก' จริงในช่วงเวลาที่อ้างถึง ตลาดน้ำมันโลกอาจมีความผันผวนจากความตึงเครียดในตะวันออกกลาง แต่การใช้คำว่า 'วิกฤต' ต้องอาศัยข้อมูลเชิงปริมาณที่ชัดเจน เช่น ตัวเลขราคาน้ำมันที่พุ่งสูงผิดปกติ หรือปริมาณสำรองที่ลดต่ำอย่างวิกฤต ซึ่งบทความไม่ได้ระบุไว้แต่อย่างใด ประการที่สอง ประเทศไทยไม่ได้นำเข้าน้ำมันจากอิหร่านโดยตรง เนื่องจากมาตรการคว่ำบาตรระหว่างประเทศที่มีมายาวนาน ข้อมูลจากกรมธุรกิจพลังงานและสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) ระบุว่าไทยกระจายการนำเข้าน้ำมันจากหลายแหล่ง เช่น ตะวันออกกลาง (ซาอุดีอาระเบีย สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์) รัสเซีย และแหล่งอื่นๆ ทำให้ความเสี่ยงจากแหล่งเดียวลดลงอย่างมีนัยสำคัญ ประการที่สาม ตลาดพลังงานโลกมีกลไกรองรับความผันผวน โดยเฉพาะคลังสำรองเชิงยุทธศาสตร์ (Strategic Petroleum Reserve) ที่ IEA บริหารจัดการ และกลไกของ OPEC+ ที่ปรับปริมาณการผลิตได้ตามสถานการณ์ ประการที่สี่ แม้ว่าความตึงเครียดในตะวันออกกลางจะมีผลต่อราคาน้ำมันฟิวเจอร์สในระยะสั้น และไทยในฐานะผู้นำเข้าพลังงานสุทธิย่อมได้รับผลกระทบจากต้นทุนที่เพิ่มขึ้น แต่นั่นไม่ได้หมายความว่าเกิด 'วิกฤต' ในระดับที่ข่าวอ้างถึง การใช้ภาษาเกินจริง เช่น 'severely impacted' โดยปราศจากตัวเลข GDP ที่หดตัว หรือสถิติราคาพลังงานในประเทศที่เปลี่ยนแปลงจริง บ่งชี้ว่าเนื้อหานี้มุ่งสร้างความตื่นตระหนกมากกว่าให้ข้อมูลที่แม่นยำ
บทความนี้ถูกจัดอยู่ในระดับ 'น่าสงสัย' เนื่องจากเป็นการนำเสนอที่เกินจริงและขาดหลักฐานเชิงข้อเท็จจริง แม้ว่าภาคพลังงานของไทยจะมีความอ่อนไหวต่อราคาน้ำมันโลกจริง แต่การอ้างถึง 'วิกฤตเชื้อเพลิงโลก' โดยตรงจากความขัดแย้งในอิหร่านโดยไม่มีข้อมูลสนับสนุนนั้นไม่สามารถรับได้ว่าเป็นความจริง ประชาชนควรติดตามข้อมูลราคาพลังงานจากแหล่งที่น่าเชื่อถือ เช่น สนพ. และกรมธุรกิจพลังงาน แทนการเชื่อบทความที่ใช้ภาษาสร้างความตื่นตระหนกโดยปราศจากตัวเลขอ้างอิง
ผลการตรวจสอบนี้วิเคราะห์และเรียบเรียงโดยระบบของ ThaiFact จากแหล่งข้อมูลที่เปิดเผยต่อสาธารณะ ณ เวลาที่ตรวจสอบ ข้อมูลอาจมีการเปลี่ยนแปลงตามสถานการณ์ ผู้อ่านควรใช้วิจารณญาณและตรวจสอบจากแหล่งอ้างอิงข้างต้นประกอบการตัดสินใจ