มีรายงานข่าวว่าสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (FTI) ออกมาเรียกร้องให้รัฐบาลดำเนินมาตรการเร่งด่วนเพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) ท่ามกลางวิกฤตต้นทุนที่ทวีความรุนแรงขึ้น โดยหนึ่งในข้อเสนอสำคัญคือการพิจารณาลดภาษีสรรพสามิตเชื้อเพลิง เพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายด้านพลังงานที่ได้รับแรงกดดันจากราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง
จากการตรวจสอบพบว่าข้อมูลในข่าวมีความสอดคล้องกับข้อเท็จจริงในหลายมิติ ประการแรก FTI มีประวัติการออกแถลงการณ์เรียกร้องมาตรการช่วยเหลือภาคธุรกิจในช่วงที่ต้นทุนพลังงานปรับตัวสูงขึ้นอย่างสม่ำเสมอ ซึ่งเป็นบทบาทหลักขององค์กรในการเป็นตัวแทนภาคอุตสาหกรรม ประการที่สอง มาตรการลดภาษีสรรพสามิตน้ำมันไม่ใช่เรื่องใหม่สำหรับรัฐบาลไทย โดยเคยนำมาใช้จริงในปี 2565 เมื่อราคาน้ำมันพุ่งสูงในช่วงวิกฤตรัสเซีย-ยูเครน ซึ่งแสดงให้เห็นว่าเป็นเครื่องมือนโยบายที่รัฐบาลคุ้นเคยและยอมรับได้ ประการที่สาม ผลกระทบของราคาน้ำมันดิบโลกต่อต้นทุนการดำเนินงานของ SMEs ไทยเป็นข้อเท็จจริงที่ได้รับการยืนยันจากหลายหน่วยงาน อย่างไรก็ตาม ข่าวยังมีจุดที่ต้องระมัดระวัง เนื่องจากไม่มีการระบุวันที่ของแถลงการณ์ ชื่อผู้แถลงจาก FTI หรือการอ้างอิงเอกสารทางการโดยตรง ซึ่งทำให้ไม่สามารถยืนยันบริบทเฉพาะของเหตุการณ์ได้อย่างสมบูรณ์ ผู้อ่านสามารถตรวจสอบข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ทางการของ FTI (fti.or.th) กรมสรรพสามิต (excise.go.th) และสำนักข่าวหลักอย่าง Bangkok Post และสำนักข่าวไทย
ข่าวการเรียกร้องของสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยให้รัฐบาลพิจารณาลดภาษีสรรพสามิตเชื้อเพลิงเพื่อช่วย SMEs มีความน่าเชื่อถือในระดับสูง เนื้อหาสอดคล้องกับบริบทเศรษฐกิจและรูปแบบการดำเนินการของ FTI ในอดีต ไม่พบการบิดเบือนข้อเท็จจริงหรือข้อกล่าวอ้างที่ขัดแย้งกับข้อมูลที่ทราบ อย่างไรก็ตาม ความน่าเชื่อถือจะสมบูรณ์ยิ่งขึ้นหากมีการอ้างอิงแถลงการณ์ทางการของ FTI พร้อมวันที่และชื่อผู้แถลงที่ชัดเจน
ผลการตรวจสอบนี้วิเคราะห์และเรียบเรียงโดยระบบของ ThaiFact จากแหล่งข้อมูลที่เปิดเผยต่อสาธารณะ ณ เวลาที่ตรวจสอบ ข้อมูลอาจมีการเปลี่ยนแปลงตามสถานการณ์ ผู้อ่านควรใช้วิจารณญาณและตรวจสอบจากแหล่งอ้างอิงข้างต้นประกอบการตัดสินใจ