มีการแพร่กระจายข้อมูลจากสภาผู้บริโภคที่ระบุว่าค่าการกลั่นน้ำมันในประเทศไทยช่วงเดือนมีนาคม 2569 พุ่งสูงถึง 7-17 บาทต่อลิตร ซึ่งถือว่าสูงเกินสมควร และเรียกร้องให้รัฐบาลเข้ามากำหนดเพดานค่าการกลั่นที่ 2 บาทต่อลิตร เพื่อป้องกันการแสวงกำไรเกินควรของบริษัทโรงกลั่นน้ำมัน โดยมองว่าค่าการกลั่นที่สูงเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ราคาน้ำมันสูงและกดดันค่าครองชีพประชาชน
การตรวจสอบพบว่าสภาผู้บริโภคได้มีการเคลื่อนไหวในประเด็นค่าการกลั่นน้ำมันจริง และข้อมูลโครงสร้างราคาน้ำมันจากกรมธุรกิจพลังงานและสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) ยืนยันว่าค่าการกลั่นน้ำมันในไทยมีความผันผวนและอาจสูงกว่าค่าเฉลี่ยในบางช่วง อย่างไรก็ตาม ตัวเลข 7-17 บาทที่อ้างถึงนั้นอาจรวมประเภทน้ำมันหลายชนิดและช่วงเวลาที่แตกต่างกัน ฝ่ายอุตสาหกรรมโรงกลั่นชี้แจงว่าค่าการกลั่นที่สูงขึ้นในบางช่วงสะท้อนต้นทุนที่แท้จริง รวมถึงราคาน้ำมันดิบโลกและต้นทุนการดำเนินงาน ขณะที่นักวิชาการบางส่วนเห็นด้วยกับแนวทางการกำกับดูแลค่าการกลั่น แต่มองว่าการกำหนดเพดานแบบเข้มงวดอาจส่งผลกระทบต่อการลงทุนในอุตสาหกรรมพลังงานระยะยาว
ข้อมูลที่สภาผู้บริโภคนำเสนอมีมูลความจริงในแง่ของค่าการกลั่นที่สูงขึ้น และการเรียกร้องให้รัฐกำกับดูแลเป็นสิทธิ์ที่องค์กรผู้บริโภคสามารถทำได้ ประเด็นนี้จึงถือเป็นข่าวจริงที่ตรวจสอบได้ แต่ผู้รับข่าวสารควรรับทราบว่าโครงสร้างราคาน้ำมันมีความซับซ้อน และข้อเรียกร้องของสภาผู้บริโภคเป็นเพียงหนึ่งในหลายมุมมองที่ต้องนำมาประกอบการพิจารณาเชิงนโยบาย ประชาชนสามารถติดตามข้อมูลโครงสร้างราคาน้ำมันอย่างเป็นทางการได้จากเว็บไซต์กรมธุรกิจพลังงานและ สนพ.
ผลการตรวจสอบนี้วิเคราะห์และเรียบเรียงโดยระบบของ ThaiFact จากแหล่งข้อมูลที่เปิดเผยต่อสาธารณะ ณ เวลาที่ตรวจสอบ ข้อมูลอาจมีการเปลี่ยนแปลงตามสถานการณ์ ผู้อ่านควรใช้วิจารณญาณและตรวจสอบจากแหล่งอ้างอิงข้างต้นประกอบการตัดสินใจ